คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ให้กู้ซึ่งยึดถือใบแทนโฉนดที่ดินไว้ มีหน้าที่ส่งมอบใบแทนโฉนดที่ดินนั้นแก่ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อดำเนินการตามคำพิพากษา หากไม่ดำเนินการ ผู้ชนะคดีสามารถฟ้องบังคับให้ส่งมอบใบแทนโฉนดที่ดินได้
ย่อคำพิพากษา
ทำสัญญากู้เงินเขาแล้วมอบใบโฉนดตราจองซึ่งมีชื่อผู้กู้เป็นผู้ถือกรรมสิทธิให้ผู้ให้กู้ยึดถือไว้จนกว่าจะชำระเงินเสร็จภายหลังผู้กู้ถูกผู้อื่นฟ้องอ้างว่า ผู้กู้แจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานใส่ชื่อผู้กู้ในโฉนดผู้กู้จึงยอมความในศาล ยอมรับว่าที่ดินนั้นเป็นของผู้อื่นนั้นและยอมให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดินทำการเพิกถอนการโอนที่ผู้กู้ก่อขึ้นเสียและจดทะเบียนโอนมาเป็นของผู้อื่นที่ฟ้องนั้นดังนี้ เมื่อปรากฎว่าใบแทนโฉนดอยู่ที่ผู้ให้กู้ยึดถือไว้ ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีชอบที่จะหมายเรียกใบแทนโฉนดนั้นมาจากผู้ให้กู้ เพื่อจัดการตามคำบังคับได้ แต่ถ้าศาลหรือเจ้าพนักงานมิได้จัดการดังกล่าวนั้น ผู้ชนะคดีก็ย่อมฟ้องผู้ให้กู้เป็นจำเลย ขอให้ศาลบังคับให้ผู้ให้กู้ส่งใบแทนโฉนดนั้นมาเพื่อจัดการให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีก่อนนั้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าโฉนดตราจองที่ ๑๒๓ เดิมมีชื่อนายอยู่นางมีสามีภรรยาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ นายอยู่ตาย นางมีรับมฤดกครั้นวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ เจ้าพนักงานได้ออกใบแทนโฉนด โดยโฉนดตราจองเดิมไฟไหม้ วันเดียวกันนั้นนายอึ้งได้โอนทะเบียนรับมฤดก นางมีลงชื่อนายอึ้งเป็นผู้รับมฤดกแต่ผู้เดียว โจทก์ในคดีนี้จึงฟ้องนางอึ้ง อ้างว่าที่รายนี้เป็นของ ด.ช.สมนึก โดยนายเหลือบิดา ซึ่งได้ที่มาจากนางมี ทำพินัยกรรม์ยกให้ ด.ช.สมนึก นางอึ้งลอบไปขอใบแทนโฉนดตราจองโดยกล่าวเท็จต่อเจ้าพนักงานใส่ชื่อนายอึ้ง ในคดีนั้นคู่ความได้ทำสัญญาปราณีประนอมกัน โดยนายอึ้งยอมรับว่าที่ดินโฉนดตราจองที่ ๑๒๓ เป็นกรรมสิทธิของ ด.ช.สมนึก ผู้รับมฤดกนายเหลือตามพินัยกรรม์ ยอมให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดินทำการเพิกถอนการโอนที่นายอึ้งได้ก่อขึ้นนั้นเสีย และจดทะเบียนโอนมาเป็นกรรมสิทธิของ ด.ช.สมนึก ส่วนใบแทนโฉนดตราจองอยู่ที่นายตั้ง (คือจำเลยในคดีนี้) นายอึ้งขอผัดส่งเพื่อจัดการตามยอม ศาลได้พิพากษาและบังคับคดีไปตามยอมนั้น แต่ต่อมานายอึ้งแถลงต่อศาลว่าใบชแทนโฉนดตราจองที่ฝากนายตั้งไว้ บัดนี้นายตั้งไม่ยอมส่งโจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ขอให้ส่งใบแทนโฉนด
ปรากฎตามเอกสารที่นายตั้งจำเลยส่งศาลว่า นายอึ้งได้ยืมเงินนายตั้งจำเลยไปสามพันบาท จำเลยต่อสู้คดีว่าโจทก์จะเรียกโฉนดคืนโดยไม่ยอมชำระเงินตามสัญญา ไม่ชอบ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งใบแทนโฉนดแก่โจทก์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์มาฟ้องเรียกใบแทนโฉนดตราจองจากจำเลยในคดีนี้ ความประสงค์ก็เพื่อจัดการให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีแดงที่ ๓๙/๒๔๙๒ ดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้หาเป็นการกระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยไม่ สิทธิของจำเลยในเรื่องนี้จะมีอยู่อย่างไร หรือจะมีอย่างไรต่อไป หลังจากการแก้ทะเบียนแล้ว ไม่เป็นประเด็นในคดีนี้ จำเลยจะไม่ยอมส่งใบแทนโฉนดตราจองโดยอ้างอำนาจที่นายอึ้งให้ยึดไว้ต่างหนี้ไม่ได้ และความจริงการบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีแดงที่ ๓๙/๒๔๙๒ นั้น ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีชอบที่จะหมายเรียกใบแทนโฉนดตราจองนี้จากจำเลยเพื่อจัดการไปตามคำบังคับคดีของ ศาลได้อยู่แล้ว
จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2493
นางน้อย ภู่ทั่ง มารดาและผู้ปกครอง ด.ช.สมนึก ภู่ทั่ง บุตร โจทก์
นายตั้ง ทั่งภู่ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางน้อย ภู่ทั่ง มารดาและผู้ปกครอง ด.ช.สมนึก ภู่ทั่ง บุตร · ล. - นายตั้ง ทั่งภู่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · จำรูญเนติศาสตร์ · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายมั่น จุติกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิภาศนฤพนธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา