⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 407/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 407/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าไม่ยอมออกจากที่เช่าตามที่ตกลงกันไว้ แม้จะถูกศาลออกหมายจับมาขัง ก็ถือว่าผู้เช่ามิได้ออกจากที่เช่าไปโดยความยินยอมหรือสมัครใจ ผู้เช่าจึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้ผู้ให้เช่าปฏิบัติตามข้อตกลงได้

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้ให้เช่าและผู้เช่าเคหะทำยอมกันว่า ผู้เช่ายอมออกไปภายในกำหนดวันแน่นอน ฝ่ายผู้ให้เช่ายอมจะชำระเงินให้หนึ่งหมื่นบาทและยอมให้ผู้เช่ารื้อสิ่งปลูกสร้างที่ผู้เช่าทำไว้ไป แต่แล้วผู้เช่ากลับไม่ยอมออกไป จนต้องศาลมีหมายจับมาขัง จึงยอมออกไปและเป็นเวลาล่วงเลยมา ถึง 1 ปี 4 เดือน นับจากวันยอม ดังนี้ ถือว่าผู้เช่าและบริวารมิได้ออกจากที่เช่าไปโดยความยินยอม หรือสมัครใจ ผู้เช่าจะมาขอให้ศาลบังคับผู้ให้เช่าให้ปฏิบัติศาลยอมมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนที่เช่าและเรียกค่าเสียหาย โดยอ้างว่าจำเลยทำการดัดแปลงแบ่งแยกเรือนที่เช่าและให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจกท์ จำเลยต่อสู้หลายประการ ในที่สุดโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน มีข้อความว่า "ข้อ ๑. จำเลยและบริวารยอมออกจากสถานที่เช่าภายในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๙๐ ข้อ ๒. ฝ่ายโจทก์ยอมให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเลยเป็นผู้ปลูกสร้างขึ้น แต่ตัวเรือนใหญ่ซึ่งมีอยู่ก่อนจำเลยเข้ามาเช่า จำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้ ข้อ ๓. ฝ่ายโจทก์จะชำระเงินให้จำเลยเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท(หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) เมื่อจำเลยและบริวารออกไปจากสถานที่แล้ว ข้อ ๔. ฯลฯ" ศาลได้บังคับคดีตามยอมแล้ว จำเลยหาได้อกไปจากสถานที่เช่าไม่ จนศาลมีหมายจับจำเลยมากักขังไว้ จำเลยจึงยอมรับว่าจะปฏิบัติตามคำบังคับ แต่บริวารของจำเลยยังหาออกไปจากสถานที่เช่าไม่ ยังคงยื่นอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งศาล ต่อมาวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๔๙๒ จำเลยยืนคำแถลงว่า ได้ออกจากสถานที่เช่าแล้ว โจทก์กลับไม่ยอมให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และไม่ชำระเงินให้จำเลยตามยอม ขอให้ศาลบังคับโจทก์ ศาลชั้นต้นนัดสอบถาม จำเลย ๆ แถลงว่า ได้ออกจากที่เช่าเกินกำหนดเวลาจริง นับจากวันยอมจนออกไป เป็นเวลา ๑ ปี ๔ เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้น ที่สั่งให้โจทก์ปฏิบัติ ตามยอม ข้อ ๒-๓ โดยอ้างว่า จำเลยได้ออกจากที่เช่าตามยอมแล้ว โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า ตามสัญญายอมความและพฤติการณ์ที่เป็นมาในเรื่องนี้ พึงเห็นได้ว่าการที่โจทก์จะต้องจ่ายเงินหนึ่งหมื่นบาทให้จำเลยและการที่โจทก์ยอมให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ทั้ง ๒ อย่างนี้มิได้ขึ้นอยู่กับการที่จำเลยได้ออกจากที่เช่าไปแต่อย่างเดียวกันเท่านั้น แต่หากขึ้นอยู่กับการที่จำเลยและบริวาร "ยินยอม" ออกไปจากสถานที่เช่า หรือนัยหนึ่งสมัครใจออกไปจากสถานที่เช่าด้วย แต่พฤติการณ์ในเรื่องนี้เห็นได้ชัดว่า จำเลยและบริวารมิได้ยินยอมหรือสมัครใจออกไปจากสถานที่เช่าตามที่ได้ทำสัญญายอมไว้ จำเลยจึงไม่มีทางที่จะบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญายอมนั้น แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงในการที่จำเลยจะใช้สิทธิทางอืน(ถ้าหากมี) ในอันที่จะรื้อสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทำขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำแถลงของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 407/2493 นางสิริ สารสิน โจทก์ นายย้ง แซ่เฮี๊ยบ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสิริ สารสิน · จำเลย - นายย้ง แซ่เฮี๊ยบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · นนทประชา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยกรณ์พทารณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1739/1739ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1036/2506ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1660/2518ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2160/2518ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 2169/2523ฎีกา 960/2485ฎีกา 1280/2505ฎีกา 2752/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา