⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 440/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 440/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยอมรับสภาพหนี้โดยการปฏิบัติตามสัญญาและยอมให้ครอบครองทรัพย์สิน เป็นการกระทำที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง

ย่อคำพิพากษา

คดีแพ่งซึ่งถ้าเป็นจริงตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า บิดาจำเลยผู้ทำสัญญามัดจำขายที่ดินให้ดดจทก์ได้ตายแล้ว จำเลยได้ยอมรับปฏิบัติตามสัญญามัดจำจะโอนให้โจทก์ทั้งยอมให้โจทก์ครอบครองที่ดินนั้นจนบัดนี้ ดังนี้ ย่อมเรียกได้ว่าจำเลยยอมรับสภาพหนี้ต่อโจกท์อันทำให้อายุความสะดุดหยุดลง หากศาลชั้นต้นงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายเสีย และวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๑ ค.โจทก์ที่ ๑ จ.และ ผ. ได้จำนองที่ดินไว้กับโจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นภริยาโจทก์เป็นเงิน ๑,๑๐๐ บาท แล้ว จ.ทำสัญญามัดจำขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนเป็นราคา ๔๕๐ บาท โจทก์ชำระมัดจำไปแล้ว ๘๐ บาท จ.ได้ตกลงให้หักหนี้จำนองเฉพาะส่วนของ จ. หักใช้เป็นราคาที่ดินด้วย และโจทก์กล่าวในฟ้องตอนท้ายว่า "ต่ามา จ.ตาย จำเลยซึ่งเป็นบุตรยอมรับจะโอนนารายนี้ ที่ จ.ขายให้นั้นให้แก่โจทก์ ทั้งยอมให้โจทก์เข้าครอบครองและทำนาต่อมาจนทุกวัน ซึ่งโจทก์มิได้ละเว้นเพิกเฉยการเรียกร้องมาแต่ต้นเลย คงติดต่อทวงถามและจำเลยก็รับคำเสมอมา" จำเลยให้การต่อสู้ว่าสัญญาเป็นโมฆะและตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะ จ.ตายกว่า ๑ ปี ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน และเห็นว่าเจ้าของกรรมสิทธิร่วมคนใดคนหนึ่งอาจจำหน่ายส่วนของตนได้ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๓๖๑ วรรคต้น แต่ปรากกว่า จ.ตายมา ๗-๘ ปี แล้ว โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อเกิน ๑ ปี จึงขาดอายุความตามประมวลแพ่งฯ ๑๗๕๔ วรรค ๓ ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เรื่องอายุความมรดกตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๗๕๔ วรรค ๓ นั้น ตามฟ้องเดิมและฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์มีประเด็นว่าจำเลยลูกหนี้ได้รับสภาพหนี้ต่อโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๗๒ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องสืบ แต่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานเสียทั้ง ๒ ฝ่ายเสีย พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ในชั้นฎีกามีปัญหาแต่เฉพาะเรื่องอายุความ ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าเป็นจริงตามที่โจทก์กล่าวยืนยันในฟ้องตอนท้าย ก็เรียกได้ว่าจำเลยรับสภาพต่อโจทก์ ผู้เป็นเจ้าหนี้ อายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามมาตรา ๑๗๒ แห่ง ป.ม.แพ่งฯ เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 440/2493 นายเหรียญ มีมงคล, นางไฉ่ มีมงคล โจทก์ นางบ่าย ประภาภรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเหรียญ มีมงคล, นางไฉ่ มีมงคล · จำเลย - นางบ่าย ประภาภรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4995/2531ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1206/2533ฎีกา 9091/2538ฎีกา 152/2525ฎีกา 2060/2517ฎีกา 1969/2515ฎีกา 3174/2527ฎีกา 2752/2537ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1472/2532ฎีกา 994/2485ฎีกา 2504/2523ฎีกา 6607/2560ฎีกา 873/2508ฎีกา 583/2506ฎีกา 70/2518ฎีกา 450/2493ฎีกา 689/2510ฎีกา 923/2523ฎีกา 916/2509ฎีกา 456/2539ฎีกา 1724/2497ฎีกา 410/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา