คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 687/2493
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยขอให้ศาลเรียกสำนวนจากศาลอื่นมาประกอบการพิจารณานั้น ศาลจะเห็นสมควรให้เรียกสำนวนดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาหรือไม่ อยู่ในดุลพินิจของศาล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์หาว่า จำเลยสมคบกับพวกทำการปล้นทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเชื่อข้อเท็จจริงตามศาลล่าง ตามฎีกาของจำเลยที่ขอให้ศาลเรียกสำนวนคดีอาญาแดงที่ 775/2492 ของศาลจังหวัดนครปฐมซึ่งโจทก์ฟ้องพรรคพวกของจำเลยอีกคนหนึ่งและศาลยกฟ้องไปแล้วมาประกอบการพิจารณา โดยจำเลยเห็นว่าคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่ยอมเรียกสำนวนดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องอยู่ในดุลพินิจของศาล ตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 187 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่มีเหตุสมควรจะเรียกมา ก็เป็นการชอบแล้วชั้นศาลฎีกาก็เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเรียกมาประกอบการพิจารณา
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 687/2493
อัยการนครปฐม โจทก์
นายย้อย นรจีน ที่ 1 นายสง่า หัวใจเพ็ชร ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนครปฐม · จำเลย - นายย้อย นรจีน ที่ 1 นายสง่า หัวใจเพ็ชร ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทประชา · ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · นาถปรีชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา