⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 521/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2494

ป.พ.พ. ม.38, 1482

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีลงชื่อให้ความยินยอมในสัญญาที่ภรรยาก่อหนี้ ถือเป็นการให้สัตยาบันตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1482(4) ทำให้หนี้นั้นเป็นหนี้ร่วม และทั้งสองฝ่ายอาจถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดได้หากเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลาย

ย่อคำพิพากษา

สามีได้ลงชื่อให้ความยินยอมไว้ในสัญญาซึ่งภรรยาเป็นผู้กู้นั้น เป็นหลักฐานพอให้ถือได้ว่า เป็นหนี้ร่วมตามความใน ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1482(4) ซึ่งบัญญัติว่า "หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน" เพราะการที่สามีหรือภริยากระทำเช่นนี้ ก็เช่นเดียวกับการรับรองหรือให้สัตยาบันตามความหมายของกฎหมายมาตรานี้แล้ว และในกรณีเช่นนี้ถ้าเจ้าหนี้ฟ้องขอให้ล้มละลายแล้ว ทั้งสามีและภรรยาอาจถูกศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดได้ทั้ง 2 คน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาจำเลยทั้ง ๒ เป็นบุคคลล้มละลายกล่าวว่า จำเลยทั้ง ๒ เป็นภริยาสามีกันจำเลยที่ ๑ ได้กู้เงินโจทก์ไป ๒๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ได้ลงชื่อให้ความยินยอมในสัญญากู้ จำเลยผิดนัด โจทก์ได้ทวงถามจำเลยก็เพิกเฉยเสีย จึงถือว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว จำเลยที่ ๒ ตัดฟ้องว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยล้มละลายไม่ได้ เพราะการลงชื่อให้ความยินยอมผูกพันเฉพาะทรัพย์สิน ไม่ผูกพันถึงตัวบุคคล ศาลแพ่งพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ ๑ เด็ดขาด ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นแต่ให้ความยินยอมในการกู้ จึงไม่เป็นหนี้ร่วมที่จะให้จำเลยที่ ๒ ต้องล้มละลายไปด้วย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๒ ผู้เป็นสามีจำเลยที่ ๑ ได้ลงชื่อให้ความยินยอมไว้ในสัญญาซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้เช่นนี้ เป็นหลักฐานพอให้ถือได้ว่าเป็นหนี้ร่วมตามความใน ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๔๘๒(๔) ซึ่งบัญญัติว่า "หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน" เพราะการที่สามีภริยากระทำเช่นนี้ ก็เช่นเดียวกับการรับรองหรือให้สัตยาบันตามความหมายแห่งกฎหมายมาตรานี้ จึงพิพากษาแก้ ให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ ๒ ด้วยค่าธรรมเนียมค่าทนายให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คิดให้ตาม+ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2494 นางเริงจิตต์แจรง สุจริตกุล โจทก์ ม.ร.ว.ชาลทอง วีรานุวัตต์ที่ 1, นายวิกรณ์ วีรานุวัตต์ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเริงจิตต์แจรง สุจริตกุล · จำเลย - ม.ร.ว.ชาลทอง วีรานุวัตต์ที่ 1, นายวิกรณ์ วีรานุวัตต์ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · นนทปัญญา · นิติธรรมประกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเชื้อ คงคากุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงมนูเทศน์วิมลภัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493ฎีกา 602/2488ฎีกา 4139/2542ฎีกา 1427/2514ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1005/2495ฎีกา 1123/2487ฎีกา 247/2501ฎีกา 541/2509ฎีกา 1902/2494ฎีกา 1445/2482ฎีกา 114/2488ฎีกา 4002/2543ฎีกา 699/2482ฎีกา 4214/2534ฎีกา 767/2498ฎีกา 738-739/2475ฎีกา 1360/2503ฎีกา 386-387/2505ฎีกา 1013/2519ฎีกา 561/2482ฎีกา 482/2471ฎีกา 316/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา