คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1364/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีลงลายมือชื่อในฐานะพยานในเอกสารรับสารภาพหนี้สินที่ภรรยาก่อขึ้นโดยลำพัง ถือเป็นการรับรองหรือให้สัตยาบันโดยปริยาย ทำให้สามีต้องรับผิดในหนี้นั้นด้วย
ย่อคำพิพากษา
หญิงมีสามีก่อหนี้ขึ้นโดยลำพัง แต่ภายหลังได้ทำหนังสือรับสารภาพหนี้สินนั้นขึ้น โดยสามีรับรู้ ลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพยานไว้ในเอกสารรับสารภาพหนี้นั้น ย่อมถือว่าสามีรับรองหรือให้สัตยาบันโดบปริยาย สามีจึงต้องรับผิดในหนี้สินนั้นด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระเงินตามสัญญายืมเงิน
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดชำระหนี้ตามโจทก์ฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ยืมเงินของโจทก์ไปจริงตามฟ้อง แม้ในชั้นต้นจำเลยที่ ๒ ผู้เป็นสามีจะได้ร่วมรู้หรือไม่ ตามพยานหลักฐานไม่พอที่จะรับฟังได้อย่างชัดแจ้ง แต่ในการทำสัญญารับสภาพหนี้ จำเลยที่ ๒ ได้รับรู้และลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพยานไว้ในเอกสารด้วย จึงเท่ากับจำเลยที่ ๒ รับรองหรรือให้สัตยาบันโดยปริยาย จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิดด้วย
แต่ปรากฎว่า จำเลยได้ผ่อนใช้หนี้ไปบ้างแล้วจึงต้องหักเงินที่ใช้แล้วให้จำเลย จึงพิพากษาแก้ให้หักเงินจำนวนงเงินที่ต้องชำระแก่โจทก์ นอกนี้คงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1364/2495
นายธงไชย สาริกะวณิช โจทก์
นางไชศรี กลันทกานนท์ ที่ 1, นายไสว กลันทกานนท์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายธงไชย สาริกะวณิช · จำเลย - นางไชศรี กลันทกานนท์ ที่ 1, นายไสว กลันทกานนท์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายถาวร หุตะโกวิท · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจน์พิสุทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา