⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 39/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ปลูกโรงเรือนในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้จะไม่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง แต่หากมีผู้อื่นมารื้อโรงเรือนของตนแล้วปลูกขึ้นใหม่ ถือว่าเป็นการรบกวนสิทธิและได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ จึงมีสิทธิฟ้องให้รื้อถอนโรงเรือนที่ปลูกใหม่นั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันนั้น ผู้ใดหามีกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองแต่การใด ไม่. แต่เมื่อมีผู้ไปปลูกโรงเรือนอยู่ในที่สาธารณะสมบัติดังกล่าวแล้ว มีผู้อื่นไปรื้อเสียแล้วปลูกโรงของคนขึ้นแทนบ้าง เช่นนี้ ย่อมถือว่าเป็นการรบกวนสิทธิของผู้ปลูกโรงเรือนคนแรกในอันที่จะใช้ที่สาธารณะสมบัตินั้น และถือว่า ผู้ปลูกโรงเรือนคนแรกได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ จึงย่อมมีสิทธิฟ้องให้ผู้ปลูกโรงเรือนทีหลัง รื้อโรงเรือนที่ปลูกนั้นไปให้พ้นที่นั้นได้ ประชุมใหญ่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1337 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ปกครองดูแลและปลูกโรงขึ้นในที่พิพาท เพื่อเฝ้าดูแลรักษาไม้ของโจทก์ด้วยความสงบและเปิดเผยเป็นเวลา ๑๓-๑๔ ปี ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้บังอาจใช้คนรื้อโรงที่โจทก์ปลูกไว้ แล้วปลูกโรงของจำเลยที่ ๑ ขึ้นแทน จำเลยที่ ๒ เป็นเทศบาลได้ให้จำเลยที่ ๑ เช่าที่พิพาท โจทก์จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อโรงออกไป ฯลฯ จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะสมบัติอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นฟังว่า ที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่าเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๓๐๔(๑) โจทก์คงมีแต่สิทธิครอบครอง เมื่อจำเลยแย่งการครอบครองโดยมิได้มีฐานะเป็นแผ่นดิน ย่อมไม่มีอำนาจทำได้ จึง พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ให้จำเลยที่ ๑ รื้อโรงออกไปและเพิกถอนสัญญาเช่าระหว่างจำเลยเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินสำหรับเมืองใช้ร่วมกันเช่นนี้ โจทก์หามีกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองแต่ประการใดไม่ แม้เทศบาลเชียงใหม่จำเลยที่ ๒ ก็ไม่มีอำนาจให้จำเลยที่ ๑ หรือผู้ใดเช่า การที่จำเลยที่ ๒ ก็ไม่มีอำนาจให้จำเลยที่ ๑ หรือผู้ใดเช่า การที่จำเลยที่ ๑ ได้รื้อโรงของโจทก์ แล้วกลับปลูกโรงใหม่ขึ้นแทน ถือได้ว่าเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ในอันที่จะใช้ที่พิพาท และโดยที่ที่พิพาทอยู่หน้าที่ดินของโจทก์ๆ ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ ย่อมมีสิทธิให้จำเลยที่ ๑ รื้อโรงออกไปให้พ้นที่พิพาทได้ จึงพิพาทยืนในข้อที่ให้จำเลยที่ ๑ รื้อโรงออกไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2495 นายเมืองใจ ชัยนิลพันธ์ โจทก์ นายชำนาญ ที่ 1, เทศบาลนครเชียงใหม่ โดย นายภิญโญ นายกเทศมนตรีที่ 2

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเมืองใจ ชัยนิลพันธ์ · 2 - นายชำนาญ ที่ 1, เทศบาลนครเชียงใหม่ โดย นายภิญโญ นายกเทศมนตรีที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · นาถปรีชา · นาถปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายพจน์ สุนทราชน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสรอรรถอำนวย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 401/2518ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 529/2497ฎีกา 948/2501ฎีกา 1456/2537ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 2572/2520ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 5050/2541ฎีกา 1775-1776/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา