คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บันทึกการเปรียบเทียบที่ลงลายมือชื่อผู้เช่า ถือเป็นหลักฐานแห่งหนี้ค่าเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ผู้ให้เช่าจึงฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้เช่าได้
ย่อคำพิพากษา
เช่านากันด้วยปากเปล่าภายหลัง เกิดพิพาทกันถึงอำเภอ ปลัดอำเภอได้เปรียบเทียบและบันทึกการเปรียบเทียบไว้ว่า ผู้เช่าได้เช่านามาจากผู้ให้เช่า เป็นอัตราเชาเท่านั้นเท่านี้ จริงแล้วผู้เช่าได้ลงชื่อไว้ในบันทึก การเปรียบเทียบนั้น ดังนี้ ย่อมถือได้ว่า บันทึกการเปรียบเทียบนั้น เป็นหลักกฐานหนังสือลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิด ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 538 ผู้ให้เช่าย่อมฟ้องผู้เช่า ให้ชำระค่าเช่า ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่านาจากจำเลยให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้เช่าจากโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้นายฉาย นางหวนจำเลยชำระค่าเช่าแก่โจทก์
นายฉายนางหวนจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาปรึกษาคดีแล้ว ความปรากฎตามเอกสารที่นายณรงค์ปลัดอำเภอ ผู้ทำการเปรียบเทียบโดยบันทึกไว้ว่า ได้ถามนายฉาย นางหวน (จำเลย) ว่า ได้ตกลงค่าเช่า ๒๕๐ บาท ต่อ ๑ ปี จริง นายฉายนางหวนทั้งสองคน ได้ลงลายมือชื่อไว้ท้ายเอกสารนั้น จึงฟังได้ว่า มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๕๓๘ แล้ว นายฉายนางหวน จึงมีหน้าที่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามมาตรา ๓๑๕ แต่เห็นว่านายฉายจำเลยควรรับผิดชะระค่าเช่าเพียง ๒๕๐ บาท จึง พิพากษาแก้ให้นายฉายจำเลยใช้เพียง ๒๕๐ บาท นอกนั้นคงยืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2495
นายเปรม สิทธิไชย โจทก์
นายฉาย ที่ 1, นางหวน ที่ 2, นายเหลี่ยม ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเปรม สิทธิไชย · จำเลย - นายฉาย ที่ 1, นางหวน ที่ 2, นายเหลี่ยม ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - ขุนสิทธิสำรวจ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงยุติศาสตร์โกศล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา