คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2496
ย่อคำพิพากษา
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมและวาระเดียวกัน เมื่ออัยการเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษและศาลได้พิพากษาลงโทษ จำเลยฐานทำร้ายร่างกาย คดีถึงที่สุดแล้วผู้เสียหายจะมาฟ้องจำเลยหาว่าชิงทรัพย์ โดยใช้กำลังทำร้ายร่างกายอีกไม่ ได้ เป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (4)./
(อ้างฎีกาที่ 168/2489)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยชิงทรัพย์โจทก์ ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม,ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๘, ๒๙๙.
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยครั้งนี้ อัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยตามคดีอาญาดำที่ ๔๐๘/ ๒๔๙๕ ฐานทำร้ายร่างกายศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จะมาฟ้องคดีนี้อีกไม่ได้ เพราะเป็นการกระทำอันเดียวกัน ต้องห้ามตามวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙(๔) พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์,
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมและวาระเดียวกัน เมื่ออัยการเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษ และศาลได้ พิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย คดีถึงที่สุดเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์จะนำคดีอันเดียวกันนี้มาฟ้องเป็นคดีนี้อีก ไม่ได้ จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2496
นายบุญมี สภาพไทย โจทก์
นายหล่อ ลาภากร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญมี สภาพไทย · จำเลย - นายหล่อ ลาภากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปริญญา · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายฉัตร โรจน์ทัศนีย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา