⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 787/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 787/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีไม้สักแปรรูปที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนที่กฎหมายจะกำหนดให้เป็นไม้หวงห้ามนั้น ไม่เป็นความผิด แม้ภายหลังกฎหมายจะเปลี่ยนแปลงให้ไม้สักดังกล่าวเป็นไม้หวงห้ามก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

มีไม้สักแปรรูปได้มาจากไม้ในที่เอกชนไว้ตั้งแต่ก่อนใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)2494 ซึ่งขณะนั้นไม่เป็นความผิด แม้จะได้มีไว้ต่อมาจนใช้ พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3) แล้ว ซึ่งแม้เป็นไม้สักขึ้นในที่เอกชนก็เป็นไม้หวงห้ามนั้นการมีไม้นั้นก็ไม่เป็นความผิดเพราะจะใช้กฎหมายใหม่ย้อนหลังลงโทษทางอาญาหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความเป็นยุติว่า จำเลยมีโดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งไม้แปรรูปจำนวน 40 เหลี่ยม เนื้อไม้ 5.77 เมตรลูกบาศก์เป็นไม้สักเก่าได้มาจากต้นไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของเอกชน มีไว้ในครอบครองก่อนวันใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2494เจ้าพนักงานจับได้ไม้ของกลางจากจำเลยเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2494 ที่ตำบลประตูป่า อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน อันอยู่ภายในเขตควบคุมแปรรูปไม้ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรประกาศพ้นกำหนด 90 วันแล้ว โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูป ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 47-48-73-94 และพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 4, 17 และริบไม้ของกลาง จำเลยต่อสู้ว่า ไม่ควรมีความผิด เพราะมีไว้ก่อนกฎหมายบัญญัติเอาโทษ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ถึงจำเลยจะมีไว้ก่อน แต่ก็ต้องใช้กฎหมายใหม่บังคับ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 48 และ 50 บัญญัติว่าการมีไม้หวงห้ามแปรรูปเกินกำหนดที่กฎหมายอนุญาต ต้องได้รับอนุญาตมิฉะนั้นมีผิดตาม มาตรา 73 จึงพิพากษาให้ปรับจำเลย 500 บาทแต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ให้ลดโทษฐานปรานีตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 ลงหนึ่งในสามคงปรับ 333 บาท 33 สตางค์ และริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ขณะจำเลยมีไม่เป็นความผิด กฎหมายใหม่ไม่มีผลย้อนหลัง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ และคืนไม้ของกลางให้จำเลย โจทก์ฎีกาเป็นปัญหากฎหมายยืดยาว แต่ลงความได้เพียงข้อเดียวว่ากฎหมายใหม่มีผลย้อนหลังลงโทษจำเลยได้ ถ้าใช้กฎหมายฉบับที่ใช้ในขณะจำเลยมีไม้ ยังไม่เป็นความผิดเพราะพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2484 มาตรา 7 บัญญัติว่า "ไม้สักในป่าทั่วราชอาณาจักร เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.ไม้อื่นในป่าท้องที่ใด จะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา" ถ้าใช้กฎหมายฉบับที่ใช้ในขณะจับภายหลังก็เป็นความผิด เพราะพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 กำหนดในเรื่องไม้สักขยายวงกว้างออกไปถึงไม้สักในที่เอกชนให้เป็นไม้หวงห้ามด้วยโดยแก้มาตรา 7 เดิมนั้นเสียใหม่ว่า วรรคแรก "ไม้สักทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่ในที่ใดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ฯลฯ" ศาลฎีกาปรึกษาเห็นว่า พระราชบัญญัติป่าไม้ฉบับหลัง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ไม่ได้กล่าวถึงให้มีผลย้อนหลังในเรื่องเช่นว่านี้ จะใช้กฎหมายใหม่ให้มีผลย้อนหลังเป็นการลงโทษบุคคลในทางอาญาเช่นนี้จะกระทำมิได้ ขัดต่อกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 7 ตอนแรก จำเลยไม่ควรมีความผิด จึงพิพากษายืนให้ยกฎีกาโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 787/2496 อัยการลำพูน โจทก์ นายแก้ว อินขะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการลำพูน · จำเลย - นายแก้ว อินขะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา