⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1828-1829/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1828-1829/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดที่เกิดขึ้นในขณะที่คู่ความยังวิวาทกันอยู่ ถือเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน และผู้ที่วิวาทกันไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีอาญาได้

ย่อคำพิพากษา

ทำร้ายกันในขณะทำการวิวาทยังไม่ขาดตอน ต้องถือว่าเป็นการกระทำต่อเนื่องกัน กรณีย์วิวาทกัน ผู้ที่วิวาทกันไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงเป็นโจทก์ฟ้องไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.244,60, ให้จำคุก 10 ปี ลดตามมาตรา 59 เสีย 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทำผิดโดยถูกยั่วโทษะ จึงแก้ให้ลดโทษตามม.55 กึ่งหนึ่ง เช่นนี้เป็นการแก้มาก คู่ความย่อมฎีกา เช่นนี้เป็นการแก้มาก คู่ความย่อมฎีกาในข้อเท็จจริงได้ คดีที่ศาลพิจารณารวมกัน มีอุทธรณ์ขึ้นมาฉะเพาะคดีเดี่ยว คู่ความในคดีที่ไม่ได้อุทธรณ์จะมาฎีกาในชั้นฎีกาไม่ได้ เพราะคดีนั้นถึ่งที่สุดแล้ว คดีที่มีการพิจารณารวมกัน ศาลลงโทษบทหนักตามฟ้องคดีหนึ่งมีอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาฉะเพาะคดีทีศาลลงโทษบทหนักนี้ คดีที่ไม่มีอุทธรณ์ฎีกาก็เป็นอันยุติ เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยไม่มีความผิดในคดีที่ฎีกาขึ้นมา ศาลก็พิพากษายกฟ้อง ปล่อยจำเลยไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ สำนวนแรกนายตี๋หรือตี๊เป็นโจทก์ฟ้องนายแก้วนายเอนกเป็นจำเลยหาว่าจำเลยทั้งสองสมคบกันใช้ปืนยิงนายตี๋บาดเจ็บสาหัสโดยเจตนา แต่มีเหตุสุดวิสัยมาขัดขวางเสีย นายตี๋จึงไม่ตาย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๔๙,๖๐,๖๓,๖๕ และขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามมาตรา ๒๕๔,๓๓๘(๓) ด้วย นายแก้วจำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่าป้อนกันตัว นายเอนกจำเลยที่ ๒ ปฏิเสธ สำนวนที่ ๒ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องภายหลังศาลประทับฟ้องของโจทก์ สำนวนแรกกล่าวว่านายปรีชาจำเลยที่ ๑ นายตี๋จำเลยที่ ๒ วิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันมีบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๕๔ นายตี๋จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธต่อสู้ว่าได้ถูกนายปรีชายิงเอาฝ่ายเดียว นายปรีชาจำเลยที่ ๑ ชั้นแรกให้การปฏิเสธ แต่ภายหลังกลับให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงดังฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นแยกทำการพิจารณาแต่ละสำนวน เมื่อเสร็จการพิจารณาแล้วได้ทำการคำพิพากษารวมกันทั้งสองสำนวน ฟังข้อเท็จจริงว่า นายแก้วนายตี๋วิวาทกันและการที่นายแก้วใช้ปืนยิงนายตี๋ อันเกิดจากการวิวาท จะอ้างว่าทำการป้องกันตัวไม่ได้ พิพากษาว่านายแก้วจำเลยมีความผิดตามฟ้องทั้งสองสำนวนตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๔๙,๖๐,๑๕๔,๓๓๘(๑) และมาตรา ๒๕๔ ส่วนนายตี๋มีความผิดตาม ม.๒๕๔ (สำนวนที่ ๒) ให้วางโทษนายแก้วจำเลยรวมกันไป คือวางบทหนักตามมาตรา ๒๔๗ และ ๖๐ บทเดียวให้จำคุก ๑๐ ปี ลดโทษปราณีตาม ๕๙ ให้ ๑ ใน ๓ จงจำคุกไว้ ๖ ปี ๘ เดือนให้จำคุกนายตี๋จำเลย ๑ เดือนปรับ ๒๐๐ บาท ยกโทษจำคุกให้นายตี๋ตามมาตรา ๔๐ คงปรับสถานเดียว และริบปืนของกลาง ส่วนนายเอนกจำเลยไม่ได้ความว่าสมคบกับนายแก้วกระทำผิด ให้ยกฟ้องนายตี๋โจทก์ปล่อยนายเอนกจำเลย นายแก้วจำเลยสำนวนแรกสำนวนเดียวอุทธรณ์ต่อมา นอกนั้นไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลดโทษนายแก้วตามมาตรา ๕๕ ให้กึ่งหนึ่งและลดปราณีให้อีก ๑ ใน ๓ คงจำคุกนายแก้วจำเลย ๓ ปี ๔ เดือน แต่คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ทำเป็นคำพิพากษารวมกันทั้งสองสำนวนในคำพิพากษาฉบับเดียวกัน นายแก้วจำเลยฎีกาทั้งสองสำนวน นายตี๋โจทก์ฎีกา ในข้อเท็จจริงว่า ศาลอุทธรณ์ลดโทษฐานยั่วโทษะตามมาตรา ๕๕ ให้จำเลยกึ่งหนึ่งนั้น เป็นการแก้มาก โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ขอให้ลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่นายตี๋โจทก์และนายแก้วจำเลยฎีกาในสำนวนที่ ๒ ซึ่งตนต่างถูกพนักงานอัยการเป็นโจทก์นั้นฎีกาไม่ได้เพราะคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว โดยไม่มีฝ่ายอุทธรณ์ขึ้นมาเลย ส่วนฎีกาของนายแก้วจำเลยและนายตี๋โจทก์ในสำนวนแรกนั้นเห็นว่า นายแก้วมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ ,๖๐ ให้ลงโทษจำคุก ๑๐ ปี ลดโทษตามมาตรา ๕๙ เสีย ๑ ใน ๓ ค งจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทำผิดโดยถูกยั่วโทษะด้วย จึงแก้ให้ลดโทษให้จำเลยตามมาตรา ๕๕ กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุกจำเลย ๓ ปี ๘ เดือน เช่นนี้เป็นการแก้มาก คู่ความย่อมฎีกาในข้อเท็จจริงได้ และฟังว่าจำเลยทั้งสองได้วิวาทกันและนายแกว้จำเลยใช้ปืนพกยิงนายตี๋ ๒ นัดในเวลากระชั้นชิด ขณะการวิวาทต่อสู้ยังไม่ขาดตอนจากกัน เมื่อนายแก้วจำเลยใช้ปืนยิงโจทก์เนื่องในการที่โจทก์จำเลยวิวาทกันนี้ ตามข้อกฎหมายโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามที่จำเลยฎีกาโต้เถียงขึ้นมา โจทก์จึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้องของนายตี๋โจทก์ และยกฎีกาโจทก์เสียด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1828 - 1829/2497 นายตี๋ แซ่เตียว โจทก์ นายแก้ว เทียมวิจิตร ,นายเอนก สามเจริญ จำเลย อัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นายปรีชาหรือแก้ว นายตี๋ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายตี๋ แซ่เตียว · จำเลย - นายแก้ว เทียมวิจิตร ,นายเอนก สามเจริญ · โจทก์ - อัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายปรีชาหรือแก้ว นายตี๋
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทประชา · นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายเจริญ ไชยคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 8080/2538ฎีกา 10648/2554ฎีกา 1974/2497ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 730/2486ฎีกา 6416/2541ฎีกา 754/2486ฎีกา 1209/2523ฎีกา 2252/2560ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา