⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 664/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากการละเลยไม่ไปจดทะเบียนสมรสเกิดจากความผิดของทั้งสองฝ่าย ชายจะฟ้องเรียกสินสอดและของหมั้นคืนไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ชายหญิงสมรสกันแล้วทั้งสองฝ่ายละเลยไม่ไปจดทะเบียน อันไม่นับว่าเป็นความผิดของหญิงฝ่ายเดียวดังนี้ ชายจะฟ้องเรียกสินสอดและของหมั้นคืนไม่ได้ ( อ้างฎีกาที่ 659/2483 และ 269/2488 )

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1436 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่า โจทก์สมรสกับจำเลยที่ ๓ ตกลงเสียสินสอดและของหมั้น แต่งงานกันแล้วได้ขอให้ฝ่ายจำเลยจดทะเบียนสมรส จำเลยไม่ยอมแต่โจทก์ได้อยู่กินกับจำเลยที่ ๓ เรื่อยมา โจทก์มีสินเดิม ๑๕๐ บาท และเกิดสินสมรส ๗,๖๐๔ บาท จึงขอให้จำเลยคืนสินสอดของหมั้น สินเดิม และแบ่งสินสมรสให้โจทก์กึ่งหนึ่ง จำเลยแก้ว่าโจทก์เองเป็นฝ่ายผิด ไม่ใช่ความผิดของจำเลย ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีไม่เข้าอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.๑๔๔๔ วรรค ๒ จึงต้องถืออายุความ ๑๐ ปี คดีไม่ขาดอายุความ และฟังข้อเท็จจริงว่าฝ่ายโจทก์ได้ขอร้องให้จำเลยจัดการจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยเพิกเฉยเสีย จึงเป็นความผิดของฝ่ายจำเลย เงินหมั้นกับเงินสินสอดน่าเชื่อตามพยานหลักฐานโจทก์ นอกนั้นโจทก์สืบไม่สม พิพากษาให้จำเลยทั้งสามคืนเงินหมั้น ๕๐๐ บาท กับเงินสินสอด ๒,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์เฉพาะเรื่องสินสอดของหมั้น ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ได้เสียเงินหมั้น ๕๐๐ บาท และสินสอด ๒,๐๐๐ บาทจริง แต่วินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้จัดการมอบตัวจำเลยที่ ๓ ให้แก่โจทก์ จนโจทก์และจำเลยที่ ๓ มีบุตรด้วยกันถึง ๒ คน การจดทะเบียนจึงเป็นเรื่องของโจทก์และจำเลยที่ ๓ จะปฏิบัติต่อกันเอง ไม่เกี่ยวด้วยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และการไม่จดทะเบียนสมรสนั้นตามพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าโจทก์และจำเลยที่ ๓ ไม่จัดการเอง โจทก์จึงเรียกสินสอดของหมั้นคืนไม่ได้ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อที่เรียกสินสอดของหมั้นเสียด้วย นอกนั้นยืน โจทก์ฎีกาขอให้พิพากษาตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาประชุมพิจารณาแล้ว เกี่ยวแก่เรื่องอายุความจำเลยมิได้อุทธรณ์มาแต่ชั้นศาลอุทธรณ์ คงวินิจฉัยเฉพาะเรื่องสินสอดของหมั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๓ ทำพิธีแต่งงานอย่างเป็นภริยาโจทก์ อยู่กินด้วยกันจนเกิดบุตร ๒ คน ขาดอยู่แต่การจดทะเบียนซึ่งทั้งโจทก์และจำเลยที่ ๓ ละเลยไม่ดำเนินการจดทะเบียนกันเอง หาใช่ความผิดของฝ่ายใดไม่ ฝ่ายหญิงไม่ผิดสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๓๘ โจทก์ฟ้องเรียกของหมั้นและสินสอดคืนไม่ได้ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๕๙/๒๔๘๗ ระหว่างนายประเสริฐ โจทก์นายตุ่นกับพวก จำเลยและฎีกาที่ ๒๖๙/๒๔๘๘ ระหว่างนายหริด โจทก์ นางหมากับพวกจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2497 นายแคล้ว ไทรย์แก้ว โจทก์ นายเซ็น ลักขะนามที่ 1, นางลับที่ 2, นางเซี้ยน ลักขะนามที่ 3, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแคล้ว ไทรย์แก้ว · จำเลย - นายเซ็น ลักขะนามที่ 1, นางลับที่ 2, นางเซี้ยน ลักขะนามที่ 3,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลปากพนัง - นายประดิษฐ พิมมณี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชิตเนตินัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 878/2518ฎีกา 421-422/2508ฎีกา 1971/2517ฎีกา 70/2518ฎีกา 269/2488ฎีกา 1336/2518ฎีกา 1217/2496ฎีกา 1693/2500ฎีกา 676/2487ฎีกา 308/2479ฎีกา 564/2518ฎีกา 994/2499ฎีกา 1305/2514ฎีกา 384/2494ฎีกา 1166/2487ฎีกา 370/2498ฎีกา 761/2495ฎีกา 771/2509ฎีกา 1586/2494ฎีกา 2357/2518ฎีกา 1100/2493ฎีกา 982/2518ฎีกา 1491/2506ฎีกา 90/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา