⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 856-857/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856-857/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การห้ามผู้แทนโดยชอบธรรมขายที่ดินของผู้เยาว์ตามมาตรา 1546 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น หมายรวมถึงสัญญาจะขายที่ดินด้วย * นิติกรรมที่เกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์จากที่ดินของผู้เยาว์เพื่อแบ่งปันกันนั้น ไม่เป็นการห้ามตามมาตรา 1546 และถือว่าสมบูรณ์ตามมาตรา 29 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

เมื่อประกาศใช้ประมวลแพ่งฯ บรรพ 5 แล้ว อำนาจของผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 21 ได้ถูกจำกัดอำนาจลงตามลักษณะและรายการตามที่ระบุไว้ในมาตรา 1546 การห้ามขายที่ดินของเด็กซึ่งต้องขออนุญาตศาลก่อนตามมาตรา 1546 นั้น หมายความรวมถึงสัญญาจะขายที่ดินด้วย (อ้างฎีกาที่ 462/2488) การขายที่ดินของผู้เยาว์โดยอ้างว่าเอาเงินไปใช้จ่ายในการศึกษาของเด็ก เข้าลักษณะที่เป็นการสมควรแก่ฐานานุรูป และเป็นการอันจำเป็นเพื่อความเจริญในอนาคตของเด็กตามมาตรา 24 ซึ่งอนุญาตไว้ว่า แม้เด็กจะทำนิติกรรมเองก็ยังได้นั้น เมื่อมาตรา 1546 ห้ามผู้ปกครองขายที่ดินของเด็กโดยลำพังแล้ว เด็กขายที่ดินของเด็กโดยลำพังแล้ว เด็กขายที่ดินของเด็กโดยลำพังเองก็ทำไม่ได้ มาตรา 1546 เป็นบทยกเว้นทั่วไปของมารดา 1546 เป็นบทยกเว้นทั่วไปของมาตรา 24 ด้วยเหมือนกัน ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก็ใช้ไม่ได้ ผู้เยาว์ทำสัญญาจะขายที่ดินของผู้เยาว์แก่ผู้ซื้อและมอบที่ดินให้ผู้ซื้อไปจัดหาผลประโยชน์แบ่งกับผู้เยาว์นั้นโดยผู้แทนโดยชอบธรรมยินยอม นิติกรรมอันเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์มาแบ่งกันแยกได้จากการซื้อขาย ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 1546 จึงเป็นการสมบูรณ์ตามมาตรา 29

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.21 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.24 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1546

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่านายกำพูเป็นผู้เยาว์ ได้โดยรับมรดกที่นา ๑ แปลง นายกำพูอยู่ในความปกปักรักษาเลี้ยงดูของนางสาระมารดาและนางพึ่งพี่สาว พ.ศ.๒๔๙๐ นายกำพูอายุได้ ๑๗ - ๑๘ ปี ได้ค่าเช่านาน้อยไม่เพียงพอค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียน ในที่สุดได้ตกลงขายที่นาให้นายขาวเป็นเงิน ๒๓,๐๐๐ บาท นางพึ่งได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขออนุญาตเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมโอนขายนาของนายกำพูผู้เยาว์ให้แก่นายขาว ศาลแพ่งไม่อนุญาต จึงได้ตกลงทำเป็นสัญญาจะขายให้นายขาวและโอนโฉนดภายหลังเมื่อนายกำพูบรรลุนิติภาวะแล้ว นายกำพู นางพึ่งรับเงินล่วงหน้าไป ๑๓,๐๐๐ บาท มอบโฉนดให้นายขาวยึดถือไว้ระหว่างยังไม่ได้โอนให้นายขาวจัดหาประโยชน์แล้วมาแบ่งกัน ในสัญญา( หมาย ล.๑ ) ระบุว่านายกำพูจะโอนโฉนดรับเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทให้เสร็จภายใน ๑ เดือนนับแต่วันบรรลุนิติภาวะนายพึ่งลงนามให้ความยินยอม เมื่อนายกำพูบรรลุนิติภาวะแล้วจึงได้มีหนังสือถึงนายขาวบอกล้างนิติกรรม เมื่อไม่ได้รับตอบจากนายขาว นายกำพูจึงฟ้องนายขาวเป็นจำเลย อ้างว่านิติกรรมสัญญาจะขายนาไม่ผูกพันนายกำพู ขอให้เพิกถอนและให้ส่งมอบโฉนดและที่นาคืนกับขอให้ส่งข้าวเปลือกคิดเป็นเงิน ๑๙,๗๔๐ บาท นายขาวกลับเป็นโจทก์ฟ้องนายกำพูและนางพึ่งเป็นจำเลยขอให้โอนขายนาตามสัญญาถ้าโอนไม่ได้ให้จำเลยคืนเงิน ๑๓,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ ศาลแพ่งพิจารณาแล้วพิพากษาให้นายกำพูโอนขายนาให้แก่นายขาวและรับเงินอีก ๑๐,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน มีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งแย้งว่านายกำพูควรชนะคดี นายกำพูฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าแต่เดิมในป.พ.พ.บรรพ ๑ ผู้แทนโดยชอบธรรมมีอำนาจทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์ได้ตามมาตรา ๒๑ เมื่อประกาศใช้ ป.พ.พ. บรรพ ๕ แล้ว อำนาจของผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ได้ถูกจำกัดลงตามลักษณะและรายการตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๕๔๖ การทำนิติกรรมอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ของเด็ก ผู้ใช้อำนาจปกครอง (ผู้แทนโดยชอบธรรม) จะทำมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล นิติกรรมในคดีเรื่องนี้เป็นสัญญาจะขายที่ดิน การห้ามขายที่ดินตามมาตรา ๑๕๔๖ ย่อมหมายความถึงการจะซื้อขายที่ดินด้วย อีกประการหนึ่งการขายนั้น แม้จะอ้างว่าเอาเงินไปใช้จ่ายในการศึกษาของเด็ก เข้าในลักษณะที่เป็นการสมควรแก่ฐานานุรูปและเป็นการอันจำเป็นเพื่อความเจริญในอนาคตของเด็กตามมาตรา ๒๔ ซึ่งอนุญาตไว้ว่าแม้เด็กจะทำนิติกรรมเองก็ยังได้นั้น เมื่อมาตรา ๑๕๔๖ ห้ามผู้แทนโดยชอบธรรมขายที่ดินของเด็กโดยลำพังแล้ว การขายที่ดินของเด็กโดยลำพังก็ทำไม่ได้มาตรา ๑๕๔๖ ซึ่งเป็นบทยกเว้นทั่วไปของมาตรา ๒๔ ด้วยเหมือนกัน ส่วนเรื่องการผลประโยชน์ที่นายกำพูเรียกจากนายขาวที่เอาที่ดินนำไปจัดหาผลประโยชน์มาแบ่งกัน นิติกรรมอันนี้แยกจากการจะซื้อขาย และไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๑๕๔๖ จึงสมบูรณ์ตามมาตรา ๒๑,๒๔, จึงพิพากษากลับคดีสำนวนแรก ให้ถือว่าสัญญาหมาย ล.๑ ไม่ผูกพันกันทางจะขายทีดิน ให้นายขาวส่งคืนโฉนดที่นาให้นายกำพู คำขอนอกนี้ให้ยก สำนวนหลังให้นายกำพูใช้เงินคืนให้นายขาว ๑๐,๐๐๐ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856 - 857/2497 นายกำพู เมนาคม โจทก์ นายขาว ชำหรุ่น จำเลย นายขาว ขำหรุ่น โจทก์ นายกำพู เมนาคมที่ 1, นางพึ่ง ช่วงรัศมีที่ 2, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกำพู เมนาคม · จำเลย - นายขาว ชำหรุ่น · โจทก์ - นายขาว ขำหรุ่น · จำเลย - นายกำพู เมนาคมที่ 1, นางพึ่ง ช่วงรัศมีที่ 2,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · นนทประชา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - หลวงพิชิตปฎิภาณ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธิพจน์พิสุทธ์ (แย้ง)
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2302/2518ฎีกา 553/2518ฎีกา 560/2510ฎีกา 994/2485ฎีกา 1435/2492ฎีกา 1112/2494ฎีกา 114/2488ฎีกา 1370/2494ฎีกา 533/2515ฎีกา 316/2491ฎีกา 1026/2498ฎีกา 2159/2517ฎีกา 1008/2514ฎีกา 67/2477ฎีกา 1660/2505ฎีกา 937/2490ฎีกา 1581/2493ฎีกา 74/2495ฎีกา 989/2509ฎีกา 1987/2516ฎีกา 244/2511ฎีกา 3496/2537ฎีกา 1077/2514ฎีกา 566/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา