คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ให้รถเพื่อใช้เป็นพาหนะในการวิ่งราวทรัพย์ ถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด แม้จะมิได้ลงมือกระทำโดยตรงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยร่วมรู้กับตัวการในการวิ่งราวทรัพย์ แต่จำเลยมิได้ลงมือทำการวิ่งราวด้วยพฤติการณ์ยังชี้ไม่ได้ว่ามีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำ จำเลยเป็นแต่ให้รถเพื่อใช้เป็นกำลังพาหนะเท่านั้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงผู้สมรู้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับนายแผ้วซึ่งถูกฟ้องแล้ว สมคบกันวิ่งราวสายสร้อยของนางไปล่ สุคันธวณิชไป ๑ เส้น ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษยังไม่เกิน ๕ ปี ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ
จำเลยปฏิเสธความผิด ข้อต้องโทษรับ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๙๗,๖๓,๗๒ จำคุก ๔ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้เท่านั้น พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิด ก.ม.อาญา ม. ๒๙๗,๖๕,๗๒ จำคุก ๒ ปี ๘ เดือน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยร่วมรู้ในการที่นายแผ้วจะวิ่งราวด้วย แต่ยังชี้ไม่ได้ว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำจำเลยเป็นเพียงแต่ให้รถจักรยานสามล้อเครื่องเพื่อใช้เป็นกำลังพาหนะที่จะพานายแผ้วหนี การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงผู้สมรู้ไม่ถึงขั้นตัวการ (อ้างฎีกาที่ ๕๘๗/๒๔๙๖) พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2498
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายทรง เรียนเวชู จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายทรง เรียนเวชู |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · ธรรมบัณฑิต · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายเรือง กาเล็ก · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประศาสน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา