คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ แม้โจทก์จะอ้างฐานความผิดหรือมาตรากฎหมายผิดไปจากข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้.
ย่อคำพิพากษา
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้น โจทก์สืบสม แต่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองเกินกว่า 0.20 เมตรลูกบาศก์ โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่โจทก์ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ม. 48,71 ไม่ได้อ้าง ม.73 มาดังนี้ เมื่อศาลเห็นว่าโจทก์อ้างมาตราผิดไป ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยตาม ม. 73 อันเป็นฐานความผิดที่ถูกได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๖ กระทำการผิดต่อ พ.ร.บ. ป่าไม้หลายประการ แต่คดียุติเพียงศาลชั้นต้นว่าการกระทำ
ของจำเลยทั้ง ๖ ตามคำฟ้องข้อ ๑ข. และ ค. ที่ว่าสมคบกันนำไม้แปรรูปเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางนั้นการกระทำยังไม่เป็นความผิดในฐานที่กล่าวอ้างให้ยกข้อหา
คงเหลือข้อหาอีกข้อเดียวและเกี่ยวเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ เท่านั้นคือ ในคำฟ้องข้อ ๑ ก. หาว่าจำเลยที่ ๑ มีไม้สักแปรรูปรวม ๕ เหลี่ยม จำนวนเนื้อไม้ ๒.๙๑ เมตรลูกบาศก์ไว้ในครอบครอง ซึ่งมีเนื้อไม้เกินกว่า ๐.๒๐ เมตรลูกบาศก์ โดยมิได้รับอนุญาติจากเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ม.๕,๓๙,๔๗,๔๘,๗๑,๗๔ พ.ร.บ. ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๔๖,๑๗,๙ เพิ่มโทษฐานไม่เข็คหลาบ ริบไม้ของกลาง
จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า ไม้ของกลางเป็นไม้ที่จำเลยได้มาโดยชอบด้วย ก.ม. ก่อน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๙๔ จึงไม่ผิด
ศาลอุทธรณืฟังข้อเท็จจริงและพิพากษาทับสัตย์ศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๔๘ ๗๓,๗๔ จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๑๕๐ บาท เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบตาม ก.ม. อาญา ม. ๗๒ อีก ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๔๐ วัน ปรับ ๒๐๐ บาท ไม้ของกลางริบ การนับโทษจำคุกให้นับต่อจากโทษเดิมในคดีแดงของศาลจังหวัดลำพูนที่ ๒๔๕/๒๔๙๖ หรือ ๓๑๐/๒๔๙๖ สุดแต่คดีใดจะถึงที่สุดภายหลัง หากคดีนี้ถึงที่สุดก่อนคดีใดดังกล่าวก็ให้เริ่มนับโทษคดีนี้ไปได้ทีเดียว
จำเลยฏีกาคัดค้าน ๓ ประการ ปรากฏในข้อ ๒,๓,๔ ศาลฏีกาเห็นว่าฏีกาข้อ ๔ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม ข้อ ๒ ที่ว่าโจทก์ระบุข้อลงโทษด้วย ม.๗๑ แต่ศาลลงโทษด้วย ม.๗๓ เกินคำขอไม่ถูกต้องนั้น เห้นว่าโจทก์ระบุมาตรา ๔๘ อันว่าด้วยความผิดฐานมีไม้แปรรูปเกิดกำหนดโดยมิได้รับอนุญาตไว้แล้ว ม.๔๘ นี้โยงไปลงโทษด้วย ม.๗๓ โจทก์เพียงแต่อ้าง ม.๗๑ ผิดไป ศาลมีอำนาจลงโทษตาม ม.๗๓ ได้ อนึ่งฟ้องของโจทก์ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมตามฏีกาข้อ ๓ ของจำเลยที่อ้างมา
พิพากษายืน ให้ยกฏีกาจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2498
อัยการจังหวัดลำพูน โจทก์
นายใจ๋ ที่ 1 นายดี ที่ 2 นายมา ที่ 3 นายกอง ที่ 4 นายมี ที่ 5 นายแสง ที่ 6 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายใจ๋ ที่ 1 นายดี ที่ 2 นายมา ที่ 3 นายกอง ที่ 4 นายมี ที่ 5 นายแสง ที่ 6 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายศิริ อติโพธิ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารศิลปวุฒิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา