⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1492/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากความโกรธแค้นที่ถูกเยาะเย้ยในเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว แม้จะถึงแก่ความตาย ก็ไม่ถือเป็นความผิดอุกอาจร้ายแรงตามมาตรา 250 ข้อ 4 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แต่ยังคงเป็นความผิดตามมาตรา 249 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฟันน้องเขยด้วยมีดหมูตาย แม้เหตุจะเกิดในตลาด แต่เป็นเรื่องในระหว่างครอบครัว และเกิดในบ้านของคนทั้งสองนั้นเอง หาใช่เรื่องคนอื่นบุกรุกเข้าไปทำร้ายหรือเป็นการลอบทำร้ายไม่ จำเลยมีความเสียใจและน้อยใจอยู่แล้วเป็นทุนเดิมเพราะเหตุที่มารดาขับไล่ออกจากบ้าน เมื่อมาถูกน้องเขยล้อเลียนซึ่งจำเลยเข้าใจว่าเป็นการเยาะเย้ยอีก จึงฉวยมีดเข้าทำร้ายทันที ดังนี้ เห็นได้ชัดว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะทำร้ายผู้ตายมาแต่แรก แต่โมโหร้ายเกินไปจึงฟันไปทีเดียว เพียงเท่านี้จะถือเอาเป็นเรื่องอุกอาจร้ายแรงตามมาตรา 250 ข้อ 4 หาได้ไม่ จำเลยคงผิดตามมาตรา 249 เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.250

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้มีดปังต่อ (มีดหมู) ฟันนายสมพล ๑ ทีด้วยความดุร้ายโดยเจตนาจะฆ่าให้ถึงแก่ความตาย นายสมพลได้ถึงแก่ความตายในวันนั้นเอง เหตุเกิดในเคหะสถานอันเป็นที่อยู่อาศัยและร้านค้าซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางตลาดชุมชนการค้าในเขตเทศบาลและเป็นการกระทำที่ดุร้ายเหี้ยมโหดเป็นที่หวาดเสียวแก่ความรู้สึกของประชาชนทั่วไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๔๙ - ๒๕๐ นางจิตราภรรยาผู้ตายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพตามข้อหา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๒๔๙ ให้จำคุกตลอดชีวิต แต่ตามทางพิจารณาโจทก์ไม่มีพยานเห็นขณะที่จำเลยฟัน คงมีแต่พยานใกล้ชิดกับเหตุ จำเลยให้การรับสารภาพโดยดี ประกอบกับจำเลยเป็นคนมีร่างกายไม่สมบูรณ์ โดยขาลีบไปข้างหนึ่ง จึงลดโทษกึ่งหนึ่งตาม ม.๕๙ ประกอบด้วย ม. ๓๘(๒) คงให้จำคุกไว้มีกำหนด ๙ ปี มัดของกลางริบ โจทก์ร่วมผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะข้อกำหนดโทษว่าให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๑๒ ปี นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลขั้นต้น โจทก์ร่วมและจำเลยฏีกาต่อมา ศาลฏีกาเห็นว่าเหตุร้ายรายนี้แม้จะเกิดในตลาดจริงแต่เป็นเรื่องในระหว่างในครอบครัวและเกิดเหตุในบ้านของคนทั้งสองนั้นเอง หาใช่เรื่องคนอื่นบุกรุกเข้าไปทำร้ายหรือเป็นการลอบทำร้ายประการใดไม่ หากแต่จำเลยมีความเสียใจและน้อยใจอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เพราะหตุที่มารดาขับไล่ออกจากบ้านและไม่เกี่ยวข้องขายเครื่องทองรูปพรรณตามปกติอีกด้วย เมื่อมาถูกน้องเขยล้อเลียนซึ่งจำเลยเข้าใจว่าเป็นการเยาะเย้ยเข้าอีก จึงได้ฉวยมีดเข้าทำร้ายไปในทันที เห็นได้ชัดว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะทำร้ายผู้ตายมาแต่แรก แต่โมโหร้ายเกินไป จำเลยฟันไปเพียงทีเดียว แล้วก็สำนึกในความผิดของตน มิได้หลบหนีไปไหนเลย จนตำรวจมาจับและได้ให้การรับสารภาพตามความสัตย์จริงตลอดมา จะถือเอาเป็นเรื่องอุกอาจร้ายแรงเกินควรหาได้ไม่ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ยกฎีกาของโจทก์ร่วม. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492/2500 อัยการจังหวัดสมุทรสงคราม โจทก์ นายบักเขี้ยว จรูญศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสมุทรสงคราม · จำเลย - นายบักเขี้ยว จรูญศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายศิริ ศรีทวงสุข · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิจิตรเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1998/2497ฎีกา 222/2467ฎีกา 470/2478ฎีกา 398/2498ฎีกา 464/2492ฎีกา 895/2469ฎีกา 650/2489ฎีกา 634/2485ฎีกา 146/2488ฎีกา 574/2498ฎีกา 1851/2499ฎีกา 710/2464ฎีกา 777/2466ฎีกา 242/2466ฎีกา 789/2487ฎีกา 722/2464ฎีกา 743-744/2485ฎีกา 294/2491ฎีกา 858/2501ฎีกา 1019/2492ฎีกา 1861/2499ฎีกา 1214/2493ฎีกา 398/2469ฎีกา 596-597/2466
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา