⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 408-410/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408-410/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ฝ่ายหนึ่งยอมให้สิทธิแก่อีกฝ่ายหนึ่งในการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเป็นการตอบแทนการลงทุนสร้างทรัพย์สินนั้น ถือเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ผูกพันคู่สัญญาโดยไม่ต้องจดทะเบียน และผู้รับโอนทรัพย์สินย่อมต้องรับภาระผูกพันตามสัญญานั้นด้วย บุคคลภายนอกที่ได้รับประโยชน์จากสัญญาตามมาตรา 374 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้ไม่ใช่คู่สัญญาโดยตรง ก็มีสิทธิได้รับประโยชน์ตามสัญญานั้นได้

ย่อคำพิพากษา

สัญญาที่ฝ่ายจำเลยเป็นผู้ออกเงินสร้างตึกขึ้น แล้วจำเลยมีสิทธิที่จะอยู่ได้ 8 ปี ฝ่ายเจ้าของที่ดินเป็นผู้ที่จะได้ตึกโดยไม่ต้องออกเงินสร้าง แต่จะต้องยอมให้ผู้สร้างอยู่ได้ 8 ปี สัญญาเช่นนี้เป็นสัญญาต่างตอบแทนกันย่อมมีผลผูกพันกันได้โดยไม่ต้องจดทะเบียน (อ้างฎีกาที่ 1460/2495) โจทก์เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่กับน.ส.สุภาคู่สัญญาซึ่งทำสัญญากันกับจำเลยดังกล่าวข้างต้นและโจทก์รับในรายงานพิจารณาของศาลว่าโจทก์ได้รู้เห็นยินยอมให้ น.ส.สุภาทำสัญญานั้นด้วย โจทก์จึงต้องผูกพันในสัญญาด้วยและเมื่อโจทก์รับโอนที่ดินมาเป็นของตนแต่ผู้เดียวในภายหลัง โจทก์ต้องรับสิทธิและหน้าที่ตามสัญญานั้นมาด้วย เมื่อตามสัญญา จำเลยมีสิทธิจะอยู่ได้ 8 ปีขณะที่ยังไม่ครบกำหนดนั้น โจทก์ก็ยังไม่มีสิทธิจะเลิกสัญญาและยังไม่มีสิทธิจะขับไล่จำเลย ตามสัญญาดังกล่าวข้างต้นปรากฎว่า น.ส.สุภายินยอมจะให้จำเลยอื่นอีก 2 คนได้เช่าตึกนั้นอยู่คนละ 1 ห้องตามเดิมมีกำหนด 8 ปี จำเลยอื่นทั้ง 2 คนนั้นได้ลงทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างตึกตามส่วนที่ตนจะเช่าอยู่ และเมื่อสร้างตึกแล้วจำเลยอื่นทั้ง 2 นั้นก็ได้เข้าอยู่ในตึกคนละ 1 ห้อง ตามสัญญาดังกล่าว กรณีเช่นนี้ต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 374 จำเลยอื่นทั้ง 2 นี้แม้ไม่ใช่คู่สัญญาก็มีสิทธิที่จะอยู่ในตึกตามสัญญานั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๓ สำนวนนี้ พิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ จำเลยแถลงรับกันว่าสัญญาที่นายปิเตอร์ จำเลยกับน.ส. สุภาทำไว้ต่อกันโดยโจทก์รู้เห็นยินยอมให้ น.ส.สุภา ทำนั้นคือเอกสารหมาย ล.๑ กล่าวคือจำเลยเป็นผู้สร้างตึกขึ้น แล้วเสียค่าเช่าให้ห้องละ ๕๐ บาท เม่อเช่าอยู่ ๘ ปีแล้ว ตึกก็ตกเป็นสิทธิของโจทก์ เมื่อนายปิเตอร์จำเลยสร้างตึกขึ้นตามสัญญาแล้ว นายปิเตอร์ นายซูยาเซน และนางไซ้เองก็ได้เข้าอยู่ในตึกตามข้อสัญญาในเอกสาร ล.๑ แต่การเช่าตามเอกสาร ล.๑ ยังไม่ได้จดทะเบียน เมื่อรับกันเช่นนี้แล้ว โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์จำเลยรับกันประกอบกันเอกสาร ล.๑ นั้น จำเลยจะมีสิทธิอยู่ในที่ดินของโจทก์จนครบ ๘ ปีตามสัญญาหรือไม่ (คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยแต่ละคนออกจากห้องของโจทก์) ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองให้ยกฟ้องโจทก์ ในข้อกฎหมายศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาหมาย ล.๑ เป็นสัญญาที่ฝ่ายจำเลยเป็นผู้ออกเงินสร้างตึกขึ้นแล้วมีสิทธิที่จะอยู่ได้ ๘ ปี สัญญาเช่นนี้เป็นสัญญาต่างตอบแทน ย่อมมีผลผูกพันกันได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนอ้างฎีกาที่ ๑๔๖๐/๒๔๙๕ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นบุคคลภายนอก ไม่ใช่คู่สัญญา จึงไม่ต้องผูกพันด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะที่ทำสัญญากัน โจทก์มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่กับ น.ส.สุภา คู่สัญญา ยิ่งกว่านั้นโจทก์ยังรับในรายงานพิจารณาของศาลว่าโจทก์ได้รู้เห็นยินยอมให้ น.ส.สุภาทำสัญญานั้นด้วย ฉะนั้นโจทก์จึงต้องถูกผูกพันในสัญญาด้วย และเมื่อโจทก์รับโอนที่ดินมาเป็นของตนแต่ผู้เดียวในภายหลัง โจทก์ก็ต้องรับสิทธิและหน้าที่ตามสัญญานั้นมาด้วย เมื่อตามสัญญาจำเลยมีสิทธิจะอยู่ได้ ๘ ปี บัดนี้ยังไม่ครบ โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะเลิกสัญญาและขอให้ขับไล่จำเลยได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่นายซูยาเซนและนางไซ้เองไม่ใช่คู่สัญญา ย่อมไม่ได้รับผลตามสัญญานั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามสัญญาหมาย ล.๑ ปรากฎว่า น.ส.สุภายินยอมให้จำเลย ๒ คนนี้เช่าอยู่ได้คนละ ๑ ห้องตามเดิมมีกำหนด ๘ ปี จำเลยทั้งสองได้ลงทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างตึกตามส่วนที่ตนจะเช่าอยู่ และเมื่อตึกสร้างแล้ว จำเลยทั้งสองก็ได้เข้าอยู่ในตึกคนละ ๑ ห้องตามสัญญาหมาย ล.๑ กรณีต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา ๓๗๔ จำเลยทั้งสองนี้ แม้ไม่ใช่คู่สัญญาก็มีสิทธิจะอยู่ในตึกตามสัญญานั้นได้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408 - 410/2501 นายประพันธ์ สิริกาญจน โจทก์ นายปีเตอร์ แซ่เต็ง จำเลย นายประพันธ์ สิริกาญจน โจทก์ นายซูยาเซน หรือยาเซน แซ่ซู จำเลย นายประพันธ์ สิริกาญจน โจทก์ นางไช้เอง แซ่ไช่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประพันธ์ สิริกาญจน · จำเลย - นายปีเตอร์ แซ่เต็ง · โจทก์ - นายประพันธ์ สิริกาญจน · จำเลย - นายซูยาเซน หรือยาเซน แซ่ซู · โจทก์ - นายประพันธ์ สิริกาญจน · จำเลย - นางไช้เอง แซ่ไช่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายล้วน นิลกำแหง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 988/2533ฎีกา 1111/2494ฎีกา 2467/2526ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 9487/2558ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1052/2509ฎีกา 442/2496ฎีกา 967/2491ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1627/2505ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3537/2524ฎีกา 247/2529ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 461/2552ฎีกา 1002/2509ฎีกา 747/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา