⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 339/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ขายฝากได้แสดงเจตนาใช้สิทธิไถ่ถอนทรัพย์สินก่อนครบกำหนดเวลา แต่ผู้รับซื้อฝากหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับการไถ่ ผู้ขายฝากย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ผู้รับซื้อฝากรับเงินและโอนทรัพย์สินคืนได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากก่อน

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีทำสัญญาขายฝากต่อกันโจทก์ย่อมนำพยานบุคคลมาสืบได้ว่า โจทก์ได้ใช้สิทธิไถ่ถอนทรัพย์ก่อนพ้นกำหนดเวลา จำเลยเพทุบายหลีกเลี่ยงเบี่ยงบ่ายไม่ให้ไถ่ โจทก์จึงไม่ได้ไถ่ ดังนี้ โจทก์ย่อมนำสืบได้ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับเงินตามจำนวนที่ทำสัญญาขายฝากกันและโอนทรัพย์ที่ขายฝากคืนให้โจทก์นั้น ย่อมเป็นการขอให้ยกเลิกเพิกถอนนิติกรรมขายฝากอยู่ในตัวแล้ว โจทก์ไม่จำเป็นต้องฟ้องขอให้ทำลายสัญญาขายฝากก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้กู้เงินจำเลย ๒๐๐,๐๐๐ บาท และเอาที่ดินโฉนดที่ ๓๒๒๕ พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างของโจทก์วางประกันเงินกู้ ในการกู้นี้จำเลยขอให้ทำสัญญาอำพรางเป็นขายฝากมีกำหนด ๑ ปี เพื่อป้องกันมิให้เจ้าหนี้รายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง จำเลยได้ใช้อุบายผัดผ่อนเรื่อยมาจนพ้น ๑ ปีโจทก์ไปขอไถ่ จำเลยอ้างเวลาไถ่ถอนหมดสิ้นแล้ว เป็นการทุจริตฉ้อโกงโจทก์และใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จึงขอให้จำเลยรับเงิน ๒๑๕,๐๐๐ บาท และโอนโฉนดที่ ๗๒๒๕ พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า ไม่ได้หลอกลวงโจทก์ โจทก์ไม่ไถ่ถอนภายใน ๑ ปีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตากเป็นของจำเลยแล้ว การทำสัญญาขายฝากไม่เป็นนิติกรรมอำพราง และฟ้องแย้งขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และเรียกค่าเสียหายเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท จนกว่าจะออกจากที่พิพาท ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นการกู้เงิน จำเลยคิดเอาดอกเบี้ยแต่ทำเป็นสัญญาขายฝากต่อกัน เพื่ออำพรางปกปิดความจริง เป็นการป้องกันเจ้าหนี้อื่น ๆ พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีและยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารสัญญานี้เป็นเรื่องขายฝากโจทก์ย่อมนำพยานบุคคลมาสืบได้ว่า โจทก์ได้ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์รายพิพาทก่อนพ้นกำหนดเวลา จำเลยเพทุบายหลีกเลี่ยงเบี่ยงบายไม่ให้ไถ่ โจทก์จึงไถ่ไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้าม คดีนี้โจทก์ไม่จำเป็นต้องฟ้องขอให้ทำลายสัญญาขายฝากก่อน เพราะการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับชำระเงินจำนวนที่ทำสัญญาขายฝากกันและโอนทรัพย์ที่ขายฝากคืนให้โจทก์ย่อมเป็นการขอให้ยกเลิกเพิกถอนนิติกรรมขายฝากอยู่ในตัวแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2502 นายอาจิต ชัยประภา โจทก์ นายทองดี อิศรกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอาจิต ชัยประภา · จำเลย - นายทองดี อิศรกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายชิต บุณยประภัศร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1452/2511ฎีกา 464/2497ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6801/2540ฎีกา 6105/2531ฎีกา 794/2509ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 1145/2512ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา