คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบริษัทได้รับประโยชน์จากการกระทำของผู้จัดการที่เกินอำนาจหน้าที่ บริษัทถือว่าให้สัตยาบันโดยปริยายและต้องรับผิดในหนี้นั้น
ย่อคำพิพากษา
ผู้จัดการของบริษัทจะมีอำนาจที่จะกู้ยืมเงินได้โดยสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบริษัทได้รับประโยชน์จากการยืมเงินรายนี้โดยตรง ก็ย่อมถือได้ว่าบริษัทได้ให้สัตยาบันแก่การกู้ยืมเงินรายนี้โดยปริยายแล้ว บริษัทต้องรับผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าบริษัทจำเลยยืมเงิน ๒๒,๒๐๐ บาท ไปจากโจทก์ ต่อมาโจทก์ทวงถาม จำเลยขอผัดและผิดนัดเรื่อยมา
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสองว่า ให้จำเลยชำระเงิน ๒๒,๒๐๐ บาท กับดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าวอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายซึ่งจำเลยอ้างว่าใครบ้างที่มีอำนาจจะกู้ยืมเงินรายนี้ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์นำสืบได้ว่าผู้จัดการของบริษัทจำเลยเป็นผู้ได้รับเงินนั้นไปแล้ว และได้ทำถูกต้องตามวิธีการปฏิบัติของบริษัทตามทางการที่ได้เคยปฏิบัติมาและแม้จะถูกต้องหรือมีอำนาจที่จะกู้ยืมเงินได้โดยสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบริษัทจำเลยได้รับประโยชน์จากเงินยืมรายนี้โดยตรง บริษัทจำเลยจึงต้องรับผิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๘๒๓
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2502
นายจุล จุฬววนิช หรือจุล แซ่ตัน โจทก์
บริษัท สหการโอสถ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจุล จุฬววนิช หรือจุล แซ่ตัน · จำเลย - บริษัท สหการโอสถ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไชยเจริญ สันติศิริ · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประศาสน์วินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเสรี ลิมปนันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา