⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1061/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1061/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ครอบครองที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ย่อมถูกสั่งให้ออกไปจากที่ดินได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ยื่นคำร้องขอจับจองที่ดินในระหว่างระยะเวลาที่พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2479 บังคับไว้ เมื่อมีพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายที่ดินประกาศใช้ ผู้นั้นก็มิได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำรับรองว่าที่ดินได้ทำประโยชน์แล้วในกำหนด 180 วันนับแต่ประมวลกฎหมายที่ดิน ใช้บังคับตามมาตรา 7 วรรค 2 ถือว่า ที่ดินนั้นปลอดจากการจับจอง ผู้นั้นเข้าครอบครองที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงาน เจ้าหน้าที่โดยชอบ ซึ่งตามพระราชบัญญัติออกโฉนด ที่ ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2479 มาตรา 15 ก็ดี ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 32 ก็ดี ย่อมให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกคำสั่งบังคับให้ผู้ครอบครองที่ดินนั้น ออกไปจากที่ดินได้อยู่ นายอำเภอได้ออกคำสั่ง โดยอาศัยอำนาจ ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่มาตรา 122 และพระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแผ่นดิน พ.ศ. 2495 มาตรา 40 ให้ผู้ที่เข้าครอบครองที่ สาธารณะสมบัติของแผ่นดินออกไปจากที่ดินได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.40 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.122 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.132 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.7 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.32

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ - ๓ ได้ทำการขัดขวาง รอนสิทธิของโจทก์ โดยมีคำสั่ง เป็นหนังสือห้ามและขับไล่โจทก์ไม่ให้เกี่ยวข้องในที่ดินตามแผนสังเขปท้ายฟ้องหมายเลข ๒ สีแดง อันเป็นที่ดินของโจทก์ซึ่งได้รับอนุญาตให้จับของตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๙ และได้รับในเหยียบย่ำโดยชอบ ได้ครอบครอง เป็นเจ้าของโดยความสงบและเปิดเผย ตลอดมาร่วม ๑๐ ปี แล้ว อนึ่งในระหว่าง เดือนมีนาคม และ เมษายน ๒๕๐๒ จำเลยที่ ๓ บังคับทำการรังวัดปักหลักเขต ในที่นารายนี้โดยอ้างว่า เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน จำเลยที่ ๑ ได้สงวนได้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน และได้ประกาศสงวนหวงห้ามไว้ให้เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์พาหนะ ชื่อว่าทำเลยเลี้ยงสัตว์ ป่ากระทม ความจริงหาใช่ทำเลยเลี้ยงสัตว์พาหนะไม่ ขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่า ที่พิพาท เป็นของโจทก์ กับขอให้ห้ามและขับไล่จำเลยและบริวารมิให้เกี่ยวข้อง กับบังคับให้จำเลยถอนหลักซึ่งจำเลย ที่ ๓ ปักไว้ กับขอให้คำสั่งของจำเลยที่ ๒ เป็นโมฆะ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แม้ว่าโจทก์ เคยขอจับจองและเจ้าพนักงานอนุญาตไป ก็เป็นการเข้าใจผิด เพราะเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งไม่กฎหมายเฉพาะ หรือพระราชกฤษฎีกา โอน ที่ดินนี้ให้แก่โจทก์ได้ หากโจทก์เคยขอใบเหยียบย่ำมาครั้งหนึ่ง โจทก์ก็มิได้ทำประโยชน์ ภายใน ๒ ปี ใบเหยียบย่ำจึงขาดอายุ อีกประการหนึ่ง โจทก์ไม่เคยขอคำรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินรายนี้ต่ออำเภอภายใน ๑๘๐ วัน ตาม พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานคู่ความและพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้น ดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้อง คำให้การและรายงานพิจารณาที่โจทก์แถลงต่อศาลว่า โจทก์มิได้เคยยื่นเรื่องราวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อขอรับคำรับรอง ว่าได้ทำประโยชน์ในที่พิพาทภายในกำหนด ๑๘๐ วัน ตามประมวลกฎหมายที่ดินบังคับไว้ คดีของโจทก์ก็ต้องบังคับตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๗ วรรค ๒ ถือว่าที่ดินนั้นปลอดจากการจับจอง พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๑๕ ก็ดี ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๓๒ ก็ดี ย่อมให้อำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกคำสั่งบังคับให้ผู้ครอบครองที่ดินนั้น ๆ ออกไปจากที่ดิน ได้อยู่ จำเลยที่ ๒ ได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกไปจากที่ที่พิพาทหนี้ตามมาตรา ๑๒๒ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ และมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๙๕ คำสั่งของจำเลยที่ ๒ จึงเป็นการชอบกฎหมาย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1061/2503 นายแปก หรือแปลก จินันทยา โจทก์ กระทรวงมหาดไทย โดยพลเอกประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรี ว่าการกระทรวง มหาดไทยที่ 1 นายพิศาล บูลศาสตร์สาทร 2 นายอบ ปรางค์ชัยกุล ในฐานเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมือง สุรินทร์ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแปก หรือแปลก จินันทยา · ว่าการกระทรวง - กระทรวงมหาดไทย โดยพลเอกประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรี · 2 - มหาดไทยที่ 1 นายพิศาล บูลศาสตร์สาทร · จำเลย - นายอบ ปรางค์ชัยกุล ในฐานเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมือง สุรินทร์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ศุภอรรถ · ไชยเจริญ สันติศิริ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ · นายสุทิน เลิศวิรุฬน์ - ขุนสิทธิสำรวจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1409/2494ฎีกา 1953/2494ฎีกา 1783/2527ฎีกา 525/2518ฎีกา 588/2477ฎีกา 28/2501ฎีกา 7590/2543ฎีกา 258/2547ฎีกา 227-229/2504ฎีกา 451/2496ฎีกา 592/2513ฎีกา 1043/2482ฎีกา 1989/2511ฎีกา 1343/2514ฎีกา 5541/2545ฎีกา 741-745/2509ฎีกา 1471-1472/2510ฎีกา 1776/2520ฎีกา 1265/2479ฎีกา 287/2517ฎีกา 933/2537ฎีกา 1639/2508ฎีกา 3133/2536ฎีกา 687/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา