⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1464/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1464/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เสียหายในคดีอาญามีสิทธิร้องสอดในคดีแพ่งที่จำเลยสมยอมโอนทรัพย์สินเพื่อหนีการบังคับคดีได้ แม้หนี้ยังไม่แน่นอนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายในคดีอาญา ฐานยักยอกทรัพย์ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างพิจารณา มีสิทธิร้องสอดเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่ 3 ในคดีแพ่ง ซึ่งบุคคลอื่นฟ้องจำเลยโดยสมยอมกันโดยทุจริต เพื่อโอนทรัพย์สินของจำเลยไปให้พ้นการบังคับคดีอันเป็นเหตุให้ผู้เสียหายเสียเปรียบ สิทธิที่จะร้องสอดเช่นนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นหนี้แน่นอนเพราะประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) มิได้กำหนดห้ามไว้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 19/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยเป็นเสมียนด่านศุลกากรถูกพนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต ยักยอกทรัพย์ขอทางราชการด่านศุลกากร ขอให้ลงโทษ และใช้ทรัพย์แก่ด่านศุลกากร คดีอยู่ระหว่างพิจารณา โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งว่าผิดสัญญาซื้อขายที่ดิน ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินแก่โจทก์จำเลยให้การรับตามฟ้อง ไม่ต่อสู้คดี กรมศุลกากรจึงยื่นคำร้องสอดขอเข้ามาเป็นคู่ความ โดยอ้างว่า โจทก์จำเลยไม่ได้ซื้อขายกันจริง แต่สมยอมกันโดยทุจริต ทำกลฉ้อฉลเพื่อให้ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ เพราะจำเลยมีทรัพย์เพียงที่ดินรายนี้ อย่างเดียวเท่านั้น ขอให้พิพากษายกฟ้อง และเพิกถอนการฉ้อฉลเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินรายนี้ ศาลจังหวัดเลยสั่งว่า ผู้ร้องยังไม่มีความจำเป็นที่จะขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีร้องสอดในคดีนี้ ให้ผู้ร้อง ไปฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งภายในอายุความ ในวันเดียวกันนั้น ผู้ร้องได้ร้องต่อศาลขอเลื่อนการพิจารณาคดี เพื่อที่ศาลได้พิพากษาไปตามยอมความ คือ ให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ในคดีอาญาซึ่งขอให้จำเลยใช้ทรัพย์นั้น ยังอยู่ระหว่างพิจารณา เป็นหนี้ที่ยังไม่แน่นอน และไม่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทคดีนี้ ผู้ร้องไม่มีสิทธิที่จะร้องสอด ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗ (๑) พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัย โดยที่ประชุมใหญ่ว่า แม้คดีอาญายังอยู่ระหว่างพิจารณาของศาล ผู้ร้องก็มีสิทธิในอันที่จะให้ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิของผู้ร้องสอดที่มีอยู่ได้ คือ เพื่อให้ได้รับชำรับหนี้ ไม่ให้จำเลยโอนทรัพย์ไปเสีย อันจะเป็นการให้ลำบากแก่การติดตามเอาต่อไป กรณีต้องด้วยประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗ (๑)ผู้ร้องมีสิทธิร้องสอดได้โดยไม่จำต้องรอจนกว่า จะมีคำพิพากษาในคดีอาญา และเมื่อกรณีเข้ามาตรา ๕๗ (๑) แล้ว ศาลก็ชอบที่จะรับคำร้องสอดส่วนหนี้ เป็นจำนวนแน่นอนหรือไม่นั้น มาตรา ๕๗ (๑) หาได้กำหนดห้ามไว้ไม่ จึงพิพากษาให้ศาลต้นรับคำร้องสอดไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป และพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1464/2503 นายไทย สุขนาวา โจทก์ นายสมวงษ์ อมาตยกุล จำเลย กรมศุลกากร โดยพลตำรวจตรีอรรถสิทธิ์ สิทธิสุนทร อธิบดี ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไทย สุขนาวา · จำเลย - นายสมวงษ์ อมาตยกุล · ผู้ร้องสอด - กรมศุลกากร โดยพลตำรวจตรีอรรถสิทธิ์ สิทธิสุนทร อธิบดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ศุภอรรถ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายแผลง สระวาสี · ศาลอุทธรณ์ - นายหรุ่น แขวงโสภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 988/2485ฎีกา 4676/2557ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 943/2513ฎีกา 886/2515ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 5059/2538ฎีกา 1723/2534ฎีกา 2240/2538ฎีกา 5444/2551ฎีกา 224/2524ฎีกา 602/2488ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 1145/2495ฎีกา 597/2513ฎีกา 247/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา