คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย: เมื่อศาลพิพากษาแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันแล้ว เจ้าหนี้ของสามีจะขอให้ยึดทรัพย์สินส่วนของภริยาที่ได้จากการแบ่งไปขายทอดตลาดไม่ได้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าหนี้นั้นเป็นหนี้ร่วมของสามีภริยา
ย่อคำพิพากษา
เป็นสามีภริยากันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลพิพากษาให้แบ่งทรัพย์กัน แล้วเจ้าหนี้ของสามีฟ้องสามียึดทรัพย์ที่จะแบ่งมาขายทอดตลาด ดังนี้สามีจะขอสืบพยานในคดี (ที่ถูกยึดทรัพย์) ว่าเป็นหนี้ร่วม เพื่อให้เจ้าหนี้เอาชำระจากทรัพย์สิน ส่วนของภริยาไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องเป็นภริยาจำเลย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้ฟ้องขอแบ่งทรัพย์จากจำเลย ศาลพิพากษาให้แบ่งทรัพย์คนละครึ่ง คดีถึงที่สุดแล้ว นอกจากนั้นจำเลยถูกเจ้าหนี้ฟ้องอีกหลายรายและจำเลยยอมความรับใช้หนี้กัน แต่มิได้ใช้ให้ตามกำหนดโจทก์ในคดีนี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้หนึ่งจึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยซึ่งจะต้องแบ่งกับผู้ร้องขายทอดตลาด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่น ๆ ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์และผู้ร้องได้ขอให้กันเงินที่ขายทอดตลาดได้นั้นเป็นของผู้ร้องครึ่งหนึ่ง โจทก์จำเลยและผู้ร้องขอเฉลี่ยคัดค้านว่า ไม่ควรกันเงินให้ผู้ร้องเพราะจำเลยก่อหนี้ขึ้นในระหว่างที่อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ร้อง ต้องร่วมกันรับผิดใช้หนี้ ผู้ร้องแถลงแก้ว่า ผู้ร้องไม่รู้เห็นในหนี้ที่ก่อขึ้น และจะเป็นหนี้กันจริงหรือไม่ก็ไม่ทราบ
ศาลจังหวัดศรีสะเกษมีคำสั่งว่า โดยผลของคำพิพากษา ผู้ร้องมีสิทธิในทรัพย์รายนี้ครึ่งหนึ่ง การที่ผู้ร้องจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือเจ้าหนี้อื่นของจำเลยแค่ไหนเพียงใดนั้น ชอบที่โจทก์หรือเจ้าหนี้อื่นจะไปดำเนินคดีต่อผู้ร้องเป็นอีกโสดหนึ่งต่างหาก ขณะนี้ผู้ร้องยังไม่อยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ของผู้ใด ฉะนั้น จะคัดค้านไม่ให้ผู้ร้องได้รับส่วนของตนนั้นไม่ได้
จำเลยผู้เดียวอุทธรณ์ขอให้ยกคำสั่ง และขอให้สั่งศาลชั้นต้นสืบพยานในข้อที่ว่า ก่อหนี้ขึ้นในระหว่างอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยา
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เรื่องที่จำเลยขอสืบพยานเป็นคนละเรื่องกับที่ถกเถียงกัน ทั้งศาลชั้นต้นก็ไม่ได้มีคำสั่งสำหรับประเด็นที่อุทธรณ์ขึ้นมา รับวินิจฉัยให้ไม่ได้จึงพิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยกับผู้ร้องไม่ได้เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีทางที่จำเลยจะนำสืบไปในรูปสามีภริยากันตามที่ตั้งประเด็นขึ้นนั้นได้ และต้องถือว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์รายใดเลย จำเลยจะให้เอาทรัพย์อันเป็นสิทธิส่วนของผู้ร้องไปชำระหนี้ร่วมกับจำเลยด้วยย่อมไม่ได้ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2503
นายซั่งเจ็ง แซ่เตีย โจทก์
นายโสม มาระเนตร จำเลย
นายเหลี่ยม มาระเนตร ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายซั่งเจ็ง แซ่เตีย · จำเลย - นายโสม มาระเนตร · ผู้ร้อง - นายเหลี่ยม มาระเนตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | การุณย์นราทร · ประจักษ์ศุภอรรถ · อนุสสรนิติสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายแท่ง ทองภักดี · ศาลอุทธรณ์ - ขุนสิทธิสำรวจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา