⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 340/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องที่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ราชการโดยทุจริต ยักยอกเงินผลประโยชน์และเงินประเภทต่าง ๆ ของเทศบาลรวมเงิน 33,449 บาท 42 สตางค์ จำเลยให้การปฏิเสธ สืบพยาน 4 ปาก โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยแยกลักษณะ ประเภทเงิน และจำนวนเงินเพิ่มขึ้นอีก 155,079 บาท 76 สตางค์ และจำนวนเงินตามรายการที่เพิ่มเติมขึ้นใหม่ ไม่ได้แจ้งข้อหาให้จำเลยทราบ และสอบสวนในข้อหาใหม่ดังนี้ คำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์เป็นการกล่าวอ้างการกระทำผิดของจำเลยขึ้นใหม่ จึงทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติม ฟ้องไม่ได้ เป็นการต้องห้ามตาม มาตรา 164 ตอนต้นของ ป.วิ.อ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องเพิ่มเติมฟ้องหาว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ราชการโดยทุจริตยักยอกเงินผลประโยชน์และเงินประเภทต่างๆ รวมเงิน ๓๓,๔๔๙ บาท ๔๒ สตางค์ ของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด อันอยู่ในความดูแลและรับผิดชอบตามหน้าที่ของจำเลยและพวกเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธความรับผิด ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ ๔ ปาก โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง โดยแยกลักษณะ, ประเภทเงิน และจำนวนเงินที่หาว่าจำเลยยักยอก เพิ่มขึ้นอีก๑๕๕,๐๗๙ บาท ๗๖ สตางค์ ศาลชั้นต้นสอบโจทก์ ๆ แถลงว่า จำนวนเงินตามรายการที่โจทก์ฟ้องเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ ไม่ได้แจ้งข้อหาในข้อหาใหม่ไว้จริง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอแก้ไจเพิ่มเติมฟ้องลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๐ ของโจทก์แล้วทำการสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อกฎหมายว่า โจทก์มีสิทธิขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมนี้ ไม่ใช่เป็นการแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดฯลฯ ตามมาตรา ๑๖๔ ป.วิ.อ. หากแต่เป็นการกล่าวอ้างการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดขึ้นใหม่ แตกต่างเป็นการกล่าวอ้างการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดขึ้นใหม่ แตกต่างกับการกระทำของจำเลยที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องเดิมเกือบทั้งสิ้น กรณีไม่เข้ามาตรา ๑๖๔ คดีนี้ โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องภายหลังจำเลยให้การต่อสู้คดีไปตามฟ้องเดิม และภายหลังโจทก์สืบพยานถึง ๔ ปาก จำเลยไม่มีโอกาสซักค้านพยานโจทก์ที่สืบไปแล้วถึงการกระทำที่จำเลยถูกกล่าวหาขึ้นใหม่ตามคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์นั้นได้เลย จึงทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติม ฟ้องไม่ได้ เป็นการต้องห้ามตาม มาตรา ๑๖๔ ตอนต้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2503 อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายเจียง ผาริการ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นายเจียง ผาริการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ หุตะสิงห์ · สุทธิวาทนฤพุฒิ · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายช่วย สินเกษม · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารกิจปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1650/2492ฎีกา 2714/2526ฎีกา 4081/2564ฎีกา 236/2513ฎีกา 48/2486ฎีกา 387/2482ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 9860/2552ฎีกา 2947/2529ฎีกา 222/2530ฎีกา 3224/2524ฎีกา 3523/2528ฎีกา 364/2494ฎีกา 807/2486ฎีกา 1027/2485ฎีกา 1821/2493ฎีกา 355/2515ฎีกา 30/2484ฎีกา 774/2481ฎีกา 801/2511ฎีกา 143/2485ฎีกา 537/2479ฎีกา 621/2483
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา