คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ศาลชอบที่จะยกฟ้องโจทก์ได้ การขาดนัดเช่นนี้ไม่เข้าหลักเกณฑ์การขาดนัดที่ต้องจำหน่ายคดีตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ ทนายโจทก์ และพยานโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง คงมาแต่ฝ่ายจำเลย ทนายจำเลยแถลงต่อศาลว่า ขอให้ศาลยกฟ้องของโจทก์เสียเพราะถือได้ว่า โจทก์ไม่มีพยานมาให้สืบ ดังนี้ ย่อมหมายความว่า หน้าที่นำสืบก่อนตกแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ศาลก็ชอบที่จะยกฟ้องของโจทก์เสีย การที่โจทก์ขาดนัดเช่นนี้ กรณีไม่เข้า ป.วิ.พ. มาตรา 201 ซึ่งว่าด้วยการขาดนัดในคดีที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานหาใช่ขาดในนัดต่อ ๆ มาไม่ ศาลจะดำเนินกระบวนการพิจารณาไปอย่างไร แล้วแต่รูปคดี ไม่ได้ต้องผูกมัดว่าจะต้องจำหน่ายคดีตาม มาตรา 201
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นได้นัดสืบพยานแล้ว โจทก์จึงยื่นฎีกาภายในกำหนดเวลาดังนี้ ถือว่าฎีกาของโจทก์ไม่ต้องห้าม และกรณีไม่เข้า มาตรา 226 (2) ป.วิ.พ. เพราะโจทก์ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หาได้ฎีกาเพราะคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้นัดสืบพยานจำเลยในครั้งหลังนี้ อันเป็นคำสั่งที่สืบเนื่องมาจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ เมื่อคดีชั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายังอยู่ในระหว่างอายุความฎีกา โจทก์ย่อมยื่นฎีกาได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ จำเลยให้การปฏิเสธ ฟ้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน โจทก์เบิกความนัดแรกและปากแรก แต่ยังไม่จบคำถามค้านของฝ่ายจำเลย ก็จำเป็นต้องเลื่อนการพิจารณาไป ครั้นไปวันนัดต่อมา โจทก์ ทนาย โจทก์ และพยานโจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง คงมาแต่ฝ่ายจำเลย ศาลรอถึงเวลา ๑๓.๓๐ น. ทนายจำเลยแถลงต่อศาลขอให้ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาให้ศาลสืบ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ขาดนัดพิจารณาให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตาม มาตรา ๒๐๑ ป.วิ.พ.
จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ขอให้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องหรือพิจารณาคดีต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป
ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และกำหนดวันสืบพยาน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ไม่ต้องห้าม และกรณีไม่เข้า มาตรา ๒๒๖ (๒) ป.วิ.พ. เพราะโจทก์ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หาได้ฎีกาเพราะคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้นัดสืบพยานจำเลยในครั้งหลังนี้ อันเป็นคำสั่งที่สืบเนื่องมาจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ เมื่อคดีชั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายังอยู่ในระหว่างอายุความฎีกา โจทก์ย่อมยื่นฎีกาได้
การที่จำเลยแถลงต่อศาลว่า ขอให้ศาลยกฟ้องของโจทก์เสียเพราะถือได้ว่า โจทก์ไม่มีพยานมาให้ศาลสืบ ย่อมหมายความว่า หน้าที่นำสืบก่อนตกแก่โจทก์เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ศาลก็ชอบที่จะยกฟ้องของโจทก์เสีย การที่โจทก์ขาดนัดเช่นนี้ กรณีไม่เข้า ป.วิ.พ. มาตรา ๒๐๑ ซึ่งว่าด้วยการขาดนัดในคดีที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยาน หาใช่ขาดในนัดต่อ ๆ มาไม่ ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาไปอย่างไร แล้วแต่รูปคดี ไม่ได้ต้องผูกมัดว่าจะต้องจำหน่ายคดีตาม มาตรา ๒๐๑
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2503
นายวิศิษฐ์ วังตาล โจทก์
นายสุก แก้วตา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิศิษฐ์ วังตาล · จำเลย - นายสุก แก้วตา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทธิวาทนฤพุฒิ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายประดิษฐ์ ทิมมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา