⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 865/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 865/2503

ป.อาญา ม.72, 288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ตายข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจนจำเลยบันดาลโทสะ ถือเป็นเหตุลดโทษตามมาตรา 72 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้ออกเงินค่าสุรา แต่ผู้ตายเอาเงินนั้นใส่กระเป๋าเสีย กินสุรากันหมดครึ่งขวด ผู้ตายก็กลับ เอาสุราที่เหลือไปด้วย เจ้าของร้านมาทวงค่าสุรา จำเลยบอกว่าได้ออกไปแล้วและอยู่ที่ผู้ตาย เจ้าของร้านให้จำเลยไปตามมาให้ จำเลยตามไปทันผู้ตายและพูดว่าเงินค่าสุรายังไม่ได้ให้เขา ผู้ตายพูดว่า กูไม่ได้เอาเงินของมึงมา ไม่รู้พูดแล้วผู้ตายก็เหวี่ยงขวด สุราตีจำเลย จำเลยหลบ ไม่ถูก ขวดสุราหลุดมือผู้ตายเข้าป่าไป ทันทีนี้จำเลยแทงผู้ตายด้วยกฤชถูกที่กระดูกไหปลาร้าขวา และผู้ตายได้ถึงแก่ความตายได้ถึงแก่ความตายด้วยพิษบาดแผล ดังนี้ถือว่า ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุก่อน ได้ยั่วให้จำเลยบันดาลโทสะ พฤติการณ์ถือได้ว่า จำเลยบันดาลโทสะ เพราะถูกผู้ตายข่มเหง อย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจำเลยจึงควรได้รับการลงโทษน้อยลงตามมาตรา 72

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า จำเลยผู้ตายและคนอื่น ๆ กินสุรา อยู่ด้วยกัน ซื้อสุรากิน๑ ขวด จำเลยออก เงิน ๕ บาท เมื่อวางเงินลง ผู้ตายหยิบเงินนั้นใส่กระเป๋ากินสุรากันหมดครึ่งขวด ก็กลับ ผู้ตายเอาสุราที่เหลือไปด้วย เจ้าของร้านสุราทวงค่าสุรา จำเลยบอกว่าได้ออกไป ๕ บาท อยู่ที่ผู้ตาย เจ้าของร้านให้จำเลยไปตามเอามาให้ จำเลยตามไปทันผู้ตายและพูดว่า เงินค่าสุรา ๕ บาท ยังไม่ได้ให้เขา ผู้ตายพูดว่า กูไม่ได้เอาเงินของมึงมาไม่รู้ พูดแล้ว ผู้ตายก็เหวี่ยงขวดสุราตีจำเลย จำเลยหลบ ไม่ถูก ขวดสุรา หลุดมือผู้ตายเข้าป่าไป ทันทีนี้จำเลยแทงผู้ตายด้วยกฤชถูกผู้ตายที่กระดูกไหปลาร้าด้านขวา ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยพิษบาดแผลที่ถูกทำร้าย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยมีผิดตาม มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ซึ่งจำเลยกระทำไปโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมให้จำคุก ๘ ปี ลดโทษตามมาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๔ ปี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ยืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าว เพียงพอถือว่าจำเลยบันดาลโทสะเพราะถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยจึงควรได้รับลงโทษน้อยลงตามมาตรา ๗๒ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 865/2503 อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายมูล นาคคุรงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายมูล นาคคุรงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัยบัณฑิต · ไชยเจริญ สันติศิริ · พิทักษ์มนูศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายบำรุง ชมพูบุตร · ศาลอุทธรณ์ - ขุนสิทธิสำรวจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2842/2515ฎีกา 688/2529ฎีกา 4043/2528ฎีกา 1764/2530ฎีกา 1816/2530ฎีกา 1957/2514ฎีกา 296-305/2481ฎีกา 1652/2532ฎีกา 6936/2562ฎีกา 3307/2531ฎีกา 5840/2544ฎีกา 7019/2549ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 4521/2539ฎีกา 313/2518ฎีกา 122/2481ฎีกา 1203/2482ฎีกา 20504/2556ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 264/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา