คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 165/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีจะร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมในคดีที่ภริยาถูกฟ้องเรียกหนี้เงินกู้ เพื่อขอบอกล้างนิติกรรมนั้น จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อหนี้นั้นเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ภริยาถูกฟ้องเรียกหนี้เงินกู้ การที่สามีจะร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมขอบอกล้างนิติกรรม ต้องปรากฎว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา ถ้าไม่ใช่หนี้ร่วม สามีจะร้องสอดไม่ได้
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 37/2503)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยๆ ขาดนัดยื่นคำให้การ สามีจำเลยยื่นคำร้องสอดขอเป็นจำเลยร่วมโดยอ้างว่ามิได้อนุญาตให้จำเลยกู้เงินโจทก์และเอาที่ดินอันเป็นสินบริคณห์ไปประกันเงินกู้ขอบอกล้างนิติกรรมกู้เงิน โจทก์คัดค้านว่าไม่มีสิทธิร้องสอดในชั้นนี้
ศาลชั้นต้นเห็นว่า หญิงมีสามีย่อมทำนิติกรรมผูกพันสินส่วนตัวได้ ส่วนการเอาที่ดินประกันเงินกู้ก็มิได้จดทะเบียน ไม่ผูกพันที่ดิน จึงสั่งยกคำร้องสอด
ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องสอดฎีกา
ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ถ้าปรากฎว่าเป็นหนี้ร่วมสามีจึงจะร้องสอดได้ แต่คดีนี้ไม่ปรากฏว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับสามีๆ จึงร้องสอดไม่ได้ พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 165/2504
นายนิล บัววารี โจทก์
นางย้อย รัตนภักดี จำเลย
นายเจริญ รัตนภักดี ผู้ร้องสอด
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายนิล บัววารี · จำเลย - นางย้อย รัตนภักดี · ผู้ร้องสอด - นายเจริญ รัตนภักดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อนุสสรนิติสาร · การุณย์นราทร · สำราญ ศิริพันธ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายตฤก ธรรมรุจี · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา