⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1082/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้ร้องขัดทรัพย์ที่อ้างว่าทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของตนโดยจำเลยยกให้ โจทก์สามารถขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการโอนได้ โดยไม่ต้องฟ้องคดีเพิกถอนการฉ้อฉลก่อน * ค่าฤชาธรรมเนียมรวมถึงค่าทนายความ ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งได้แม้คู่ความมิได้ขอ

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ทรัพย์ที่โจทก์ยึดเป็นของผู้ร้องโดยจำเลยยกให้นั้น โจทก์ย่อมขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการโอนระหว่างผู้ร้องและจำเลยได้ โดยไม่จำต้องไปฟ้องขอให้ทำลายการโอนหรือเพิกถอนการฉ้อฉลประการใดก่อน ค่าฤชาธรรมเนียมย่อมรวมถึงค่าทนายซึ่งแม้คู่ความจะมิได้ขอขึ้นมา ศาลก็มีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งได้ ไม่ถือว่าเป็นการพิพากษาเกินคำขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.167 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าทรัพย์ที่โจทก์นำยึดคือที่นาเป็นของผู้ร้องโดยจำเลยทำหนังสือจดทะเบียนยกให้ ขอให้ศาลสั่งถอนการยึด โจทก์คัดค้านว่าการกระทำของจำเลยกับผู้ร้องเป็นการฉ้อฉล ขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมที่ผู้ร้องกล่าวอ้างมานั้น ศาลชั้นต้นฟังว่าการยกให้ไม่สุจริตทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ จึงมีคำสั่งให้เลิกถอนการยกให้ และยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะได้ทำนิติกรรมและจดทะเบียนการยกให้ที่นารายพิพาทนี้แก่ผู้ร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยก็ดี แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าทั้งจำเลยและผู้ร้องซึ่งเป็นบิดากับบุตรทราบอยู่แล้วว่า การโอนนั้นเป็นเหตุให้เจ้าหนี้ของจำเลยเสียเปรียบ เพราะจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นอีกนอกจากที่นาที่ยกให้ โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้จึงขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนรายหนี้ได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๒๓๗ คดีนี้เป็นเรื่องชั้นบังคับคดี เจตนารมณ์ของการบังคับคดียอมให้ว่ากล่าวกันได้ภายหลังการยึดทรัพย์แล้ว ฉะนั้น ศาลจึงมีอำนาจชี้ขาดตามความในมาตรา ๒๓๗ ได้โดยไม่จำต้องให้โจทก์ไปดำเนินคดีฟ้องร้องขอให้ทำลายการโอนหรือเพิกถอนการฉ้อฉลเสียก่อนแต่ประการใด ส่วนฎีกาข้อ ข. ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๖๑ ให้รวมค่าทนายความด้วยและคำสั่งในเรื่องค่าธรรมเนียมตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖๗ ก็ให้ศาลสั่งได้ไม่ว่าคู่ความหรือแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจักมีคำขอหรือไม่ก็ดี ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจให้ผู้ร้องเสียค่าทนายแทนโจทก์ จึงหาเกินคำขอไม่ ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนให้ยกฎีกาผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2505 นายลาภ คงลง โจทก์ นายสวัสดิ์ ยะกรรฐะ จำเลย นางบรรจบ ยะกรรฐะ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายลาภ คงลง · จำเลย - นายสวัสดิ์ ยะกรรฐะ · ผู้ร้อง - นางบรรจบ ยะกรรฐะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจน เวชศิลป์ · ไชยเจริญ สันติศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง - นายระวี วีระพัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนสิงหะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 79/2501ฎีกา 19883/2555ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 5059/2538ฎีกา 951/2542ฎีกา 2303/2533ฎีกา 271/2487ฎีกา 5444/2551ฎีกา 2026/2494ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 1145/2495ฎีกา 7139/2538ฎีกา 8337/2540ฎีกา 6620/2550ฎีกา 597/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา