⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1878/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1878/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการหลงเข้าใจโดยสุจริตว่าตนมีสิทธิในทรัพย์สินนั้น ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปปลูกต้นยางพาราในที่ดินซึ่งกรมทางหลวงจองและขึ้นทะเบียนเป็นที่สงวนของทางราชการ โดยมีพฤติการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้จำเลยหลงเข้าใจโดยสุจริตคิดว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย โดยจำเลยไม่ทราบว่าเป็นที่ดินสงวนหวงห้ามมาก่อน เห็นได้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะเข้าถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันเป็นของผู้อื่นซึ่งจะเป็นความผิดทางอาญาฐานบุกรุก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเข้าไปสับฟันแผ้วถางป่าและขุดดินปลูกไม้ยืนต้นลงในที่ดินสงวนของกรมทางเพื่อถือการครอบครองที่ดินนั้น ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การว่า ที่ดินนั้นเป็นของจำเลย ๆ จับจองได้รับใบเหยียบย่ำมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๙ จำเลยปลูกยางเต็มเนื้อที่และครอบครองมา ๒๐ กว่าปีแล้ว ผู้ที่โจทก์อ้างว่าเป็นผู้ครอบครองดูแลรักษาที่นั้นไม่เคยเข้าเกี่ยวข้อง คดีขาดอายุความและฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาท มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ พิพากษาลงโทษ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างน้อยก็เป็นเวลา ๙ ปีมาแล้ว และมีพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยมีความรู้สึกว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยมาแต่ต้นฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุก พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จะได้ความว่ากรมทางหลวงแผ่นดินได้จับจองที่พิพาทและขึ้นทะเบียนเป็นที่ดินสงวนไว้ก่อนเวลาที่จำเลยอ้างว่าขอจับจอง และได้รับใบเหยียบย่ำก็จริง แต่กรมทาง ฯ ก็มิได้เข้าไปทำประโยชน์ ไม่มีประกาศในที่พิพาทให้ราษฎรทราบโดยเปิดเผยว่า เป็นที่สงวนของทางราชการ จนจำเลยเข้าใจว่าไม่ใช่เป็นที่สงวนหวงห้าม จึงได้เข้าไปปลูกข้าวและต้นยางพารา แต่ก็ยังไม่มีเจ้าพนักงานผู้ใดทักท้วงห้ามปราม จนล่วงเลยมาเกือบ ๒๐ ปี แล้วกรมทาง ฯ จึงได้ไปปลูกบ้านพักคนงาน จำเลยก็ไปร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดว่ากรมทาง ฯ รุกที่ดินของจำเลยกรมทาง ฯ จึงไปร้องต่ออำเภอบ้าง อำเภอเปรียบเทียบให้เป็นของกรมทาง ฯ จำเลยไม่ยอม เห็นได้ว่าเป็นการพิพาทกันในทางแพ่งว่าที่พิพาทเป็นของใคร ครั้นจำเลยไม่ฟ้องกรมทาง ฯ กรมทาง ฯ กลับดำเนินคดีอาญาเรื่องนี้ รูปคดีฟังได้ว่า การที่จำเลยเข้าไปปลูกต้นยาง ก็โดยพฤติการณ์ต่าง ๆ ทำให้จำเลยหลงเข้าใจโดยสุจริตว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย โดยจำเลยไม่ทราบว่าเป็นที่ดินสงวนหวงห้ามมาก่อน เห็นได้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะเข้าถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันเป็นของผู้อื่น อันจะเป็นความผิดทางอาญาฐานบุกรุก พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1878/2505 อัยการจังหวัดพังงา โจทก์ นายสำราญ ตันไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพังงา · จำเลย - นายสำราญ ตันไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำราญ ศิริพันธ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายมาโนช จรมาศ · ศาลอุทธรณ์ - นายเรือง กาเล็ก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6630/2556ฎีกา 624/2524ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 363/2518ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3664-3665/2534ฎีกา 3081/2524ฎีกา 5471/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 1898/2505ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5543/2534ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1936/2522ฎีกา 435/2535ฎีกา 489/2551ฎีกา 2269/2538ฎีกา 246/2515ฎีกา 1142/2514ฎีกา 1468/2527ฎีกา 1763/2506ฎีกา 5483/2543ฎีกา 45/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา