⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 773/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ตอบหนังสือทวงหนี้โดยไม่ปฏิเสธหนี้ แต่ขอตรวจสอบหลักฐานและแสดงเจตนาว่าจะชำระหนี้หากมีอยู่จริง ถือเป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ลูกหนี้รับหนังสือทวงหนี้จากเจ้าหนี้แล้วมีหนังสืบตอบไป 2 ฉบับ ๆ แรกไม่ปฏิเสธหนี้แต่ขอตรวจสอบหลักฐานก่อน ถ้ามีหนี้อยู่จริงก็จะชำระให้ ส่วนฉบับที่ 2 ต่อเนื่องจากฉบับแรก ไม่ปฏิเสธหนี้เหมือนกัน แต่เร่งรัดให้ส่งหลักฐานไปเพื่อพิจารณาดำเนินการให้ต่อไป ซึ่งหมายความว่า ถ้าตรวจทราบว่าเป็นหนี้อยู่จริงก็จะชำระให้ ดังนี้ หนังสือตอบทั้ง 2 ฉบับ ต่างเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่า องค์การเหมืองแร่เป็นหนี้โจทก์ค่าขนส่งสิ่งของจำนวนหนึ่ง เมื่อโจทก์ทวงถามไปที่จำเลย ๆ มีหนังสือเอกสาร จ.๑๑ ตอบว่าได้สั่งให้องค์การเหมืองแร่พิจารณาชำระแล้วแต่ได้รับรายงานจากองค์การเหมืองแร่ว่ากำลังทำการตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับหนี้สินรายนี้อยู่หากหลักฐานทางบัญชีปรากฎว่าเป็นหนี้จริง ก็จะจัดการชำระให้เสร็จสิ้นไปโดยด่วน และต่อมาจำเลยมีหนังสือแจ้งมาอีกฉบับหนึ่ง เอกสาร จ.๑๒ ว่า บัดนี้ ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับหนี้สินรายนี้ไม่มีหลักฐานอยู่ที่องค์การเหมืองแร่ แต่มีอยู่ที่บริษัทโจทก์ เพื่อที่จะให้เรื่องนี้ได้เสร็จไปโดยเร็ว ขอให้โจทก์จัดส่งหลักฐานเกี่ยวกับการเป็นหนี้ไปยังจำเลยเพื่อจะได้พิจารณาดำเนินการให้ต่อไป ครั้นโจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้ชำระหนี จำเลยยกข้อต่อสู้ประการหนึ่งว่าคดีขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า คดีขาดอายุความฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๕ (๓ ) พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ว่า หนังสือที่จำเลยตอบถือได้ว่าเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ ทำให้อายุความสดุดหยุดลง ไม่ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนังสือตอบนั้นไม่มีข้อความตอนใดรับว่าเป็นลูกหนี้โจทก์ จึงไม่ใช่หนังสือรับสภาพหนี้ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า ประเด็นในชั้นศาลฎีกามีอยู่ว่าหนังสือของจำเลยที่ตอบการทวงถามหนี้ของโจทก์ ๒ ฉบับ คือ เอกสารหมาย จ. ๑๑ และหมาย จ.๑๒ ซึ่งเป็นหนังสือของรองอธิบดีรักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมโลหกิจมีไปถึงนายชมพู อรรถจินต ผู้ทวงถามหนี้รายนี้แทนโจทก์ เป็นหนังสือรับสภาพหนี้หรือมิใช่ แล้ววินิจฉัยว่า ใจความตามเอกสารหมาย จ.๑๑ ไม่ได้ปฏิเสธหนี้ แต่ขอตรวจสอบหลักฐานก่อน ถ้าเป็นหนี้อยู่จริงก็จะชำระให้ จึงเป็น การรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ ส่วนเอกสารหมาย จ.๑๒ เป็นเอกสารต่อเนื่องหมายจ. ๑๑ ใจความก็มิได้ปฏิเสธหนี้ แต่เร่งรัดให้ส่งหลักฐานไปเพื่อพิจารณาดำเนินการให้ต่อไป ซึ่งหมายความว่า ถ้าตรวจทราบว่าเป็นหนี้อยู่จริงก็จะชำระให้ จึงเป็นเอกสารยืนยันการรับสภาพหนี้ต่อเนื่องจากเอกสาร จ.๑๑ เอกสารหมาย จ.๑๒ ลงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ คดีจึงไม่ขาดอายุความฟ้องร้อง แต่ยังมีประเด็นอื่นอีกที่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้พิจารณาพิพากษา จังพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้พิจารณาพิพากษาในประเด็นอื่นต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2505 บริษัทขนส่งแร่และสินค้ากาญจนบุรี จำกัด โจทก์ กรมโลหกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทขนส่งแร่และสินค้ากาญจนบุรี จำกัด · จำเลย - กรมโลหกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกิตติ สีหนนทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ยะสารวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1000/2496ฎีกา 2133/2531ฎีกา 9091/2538ฎีกา 6320/2541ฎีกา 3174/2527ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1472/2532ฎีกา 994/2485ฎีกา 2504/2523ฎีกา 8498/2540ฎีกา 6607/2560ฎีกา 797/2509ฎีกา 873/2508ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5675/2530ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 5594/2536ฎีกา 450/2493ฎีกา 2750/2530ฎีกา 916/2509ฎีกา 728/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา