คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1340/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถูกชกล้มลงได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะและมีแผลภายนอก ถือเป็นอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ถูกจำเลยชกล้มลงได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ รักษาอยู่ 10 วัน เศษ กับได้รับแผลภายนอกเป็นรอยบวมเช่นนี้ ถือว่า เป็นอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้กลุ้มรุมสมคบกันทำร้ายร่างกายโจทก์บาดเจ็บฟกซ้ำดำเขียว ศีรษะฟาดกับพื้นซีเมนต์ รักษาไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน ขอให้ลงโทษ
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธว่าโจทก์ไปหาเรื่องกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ผลักโจทก์ให้ออกจากฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นแต่ห้ามมิให้โต้เถียงกัน โจทก์ไม่มีบาดเจ็บเป็นบาดแผลสาหัส
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ถูกจำเลยทั้งสามทำร้าย โจทก์ได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ นายแพทย์ให้การรักษาอยู่ ๑๐ วันเศษ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕,๘๓ จำคุกจำเลยที่หนึ่ง ๔ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยนอกนั้นคนละ ๓ เดือน ปรับคนละ ๘๐๐ บาท แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ๓ ปี ตามมาตรา ๕๖
โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกระทำผิดด้วย และจำเลยที่ ๑ เพียงใช้มือชก ไม่มีบาดแผล มีแต่รอยบวม พิพากษาแก้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ นอกนั้นเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ถูกจำเลยที่ ๑ ชกล้มลงแล้วก็ลุกขึ้นมาโดยไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ทำอะไรโจทก์ คดียังฟังไม่ถนัดว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ทำร้ายโจทก์โดยร่วมกระทำกับจำเลยที่ ๑ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าบาดแผลของโจทก์ไม่ถึงเป็นอันตรายแก่กาย เพราะเป็นบาดแผลถูกชกมีรอยบวมเท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทำร้ายโจทก์ได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ รักษาอยู่ ๑๐ วันเศษ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน มิได้ฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น ที่ศาลอุทธรณ์กล่าวว่า มีรอยบวมนั้น เป็นการกล่าวถึงแผลภายนอกเท่านั้น เพื่อเป็นเหตุผลในข้อรอการลงโทษจำเลย บาดแผลเช่นนี้ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๕ แล้ว พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1340/2506
นายหยูเซี้ยง แซ่นิ้ม โจทก์
นายจิตต์ แสงทับทิมหรือเกาฮ้ง แซ่เฮ้ง ที่ 1 นายสุเทพ รักวณิช ที่ 2 นายสุข
ศรัทธาคม ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหยูเซี้ยง แซ่นิ้ม · นายสุข - นายจิตต์ แสงทับทิมหรือเกาฮ้ง แซ่เฮ้ง ที่ 1 นายสุเทพ รักวณิช ที่ 2 · จำเลย - ศรัทธาคม ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · พจน์ ปุษปาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายธีรศักดิ์ กรรณสูตร · ศาลอุทธรณ์ - นายอาจิต ไชยาคำ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา