⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 139/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ การบอกกล่าวที่กำหนดเวลาให้ผู้เช่าออกไปน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือว่ามีผลเมื่อครบกำหนดเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเช่าห้องของโจทก์โดยไม่มีหนังสือสัญญาเช่า ค่าเช่าคิดกันรายเดือนโดยถือเอาวันที่ 1 ของทุก ๆเดือนเป็นเกณฑ์ชำระ โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยในวันที่ 19 ตุลาคม 2502 แม้จะได้แจ้งไปในหนังสือบอกกล่าวด้วยว่าให้จำเลยขนย้ายออกไปภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2502 น้อยกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อจำเลยไม่ยอมออกจนเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว และโจทก์เพิ่งฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2503 คำบอกกล่าวของโจทก์มีผลใช้ด้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชญื มาตรา 566

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีฟ้องขับไล่จากห้องเช่า คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า ห้องพิพาทอยู่ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง และอยู่ในทำเลการค้า การเช่าไม่มีหนังสือสัญญาเช่า ค่าเช่าคิดเป็นรายเดือน ถือเอาวันที่ ๑ ของทุก ๆ เดือนเป็นเกณฑ์ชำระ จำเลยมีอาชีพรับจ้างทำทองรูปพรรณในห้องพิพาทและยังรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าด้วย จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าจากโจทก์ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๐๒ แล้ว ค่าเสียหายตกลงกันว่าเดือนละ ๓๕ บาท คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกา แต่ในข้อกฎหมายว่าโจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ แล้วหรือไม่ ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นต้องกันว่าโจทก์ได้บอกกล่าวโดยชอบแล้ว จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การบอกกล่าวเลิกสัญญาในกรณีนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ ต้องการให้โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรู้ตัวก่อนชั่วระยะเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเดือนเป็นอย่างน้อย คืออย่างน้อย ๑ เดือน ที่เป็นระยะเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเท่านั้น และไม่ได้กำหนดแบบพิธีการบอกกล่าวไว้ โจทก์บอกกล่าวแก่จำเลยในวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๐๒ จนกระทั่งวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๐๓ จึงฟ้องคดี เท่ากับได้ให้จำเลยรู้ตัวตั้งแต่วันที่ ๑ ถึง ๓๐ พฤศจิกายน ครบกำหนดตามกฎหมายก่อนฟ้องแล้ว ที่โจทก์แจ้งไปในหนังสือบอกกล่าวด้วยว่าให้จำเลยขนย้ายออกไปภายในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๐๒ นั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมออกจนเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว คำบอกกล่าวของโจทก์ก็คงมีผลใช้ได้ ดังนับคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๔๕/๒๔๙๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2506 เด็กชายชูศักดิ์ จงเปาหยินโดยนางกำจร จงเปาหยิน มารดาเป็นผู้แทนโดย ชอบธรรม โจทก์ นายอุ้ยลกทู้หรือภู่ แซ่อุ้ย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความมารดาเป็นผู้แทนโดย - เด็กชายชูศักดิ์ จงเปาหยินโดยนางกำจร จงเปาหยิน · โจทก์ - ชอบธรรม · ล. - นายอุ้ยลกทู้หรือภู่ แซ่อุ้ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสนิท อังศุสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเกษม ทิพยจันทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 835/2499ฎีกา 1437/2510ฎีกา 559-561/2532ฎีกา 3496/2535ฎีกา 2750/2519ฎีกา 1292/2523ฎีกา 135/2506ฎีกา 831-833/2520ฎีกา 1497/2529ฎีกา 704/2507ฎีกา 1719/2524ฎีกา 1589/2506ฎีกา 1035/2547ฎีกา 4106/2528ฎีกา 49/2513ฎีกา 543/2500ฎีกา 3234/2516ฎีกา 133/2507ฎีกา 281/2490ฎีกา 949/2520ฎีกา 302/2508ฎีกา 1086/2511ฎีกา 1135/2505ฎีกา 1141-1157/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา