⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1423/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2520

ป.พ.พ. ม.564, 566, 570

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่ามีกำหนดเวลาแน่นอนและสิ้นกำหนดแล้ว ผู้ให้เช่าย่อมฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อน

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์รับเงินจากจำเลยไว้เมื่อโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยแล้ว เงินดังกล่าวไม่ว่าจะเรียกเงินค่าเช่าหรือค่าเสียหายก็จะถือว่าโจทก์จำเลยเป็นอันทำสัญญาเช่ากันใหม่ต่อไป ไม่มีกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 570 ไม่ได้ ในเมื่อไม่มีข้อเท็จจริงที่จะปรับกับบทกฎหมายดังกล่าวได้ และเมื่อสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยมีกำหนดเวลาเช่ากันไว้แน่นอน สัญญาเช่าสิ้นกำหนดแล้ว โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยได้โดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 564

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอาคารแผงลอยของโจทก์ที่ให้จำเลยเช่าและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาเช่าแผงลอยจากโจทก์จริง แต่มิได้ผิดสัญญาโจทก์เรียกค่าเสียหายไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่า จำเลยส่งค่าเช่าหรือค่าเสียหายให้โจทก์ภายหลังที่โจทก์ฟ้องคดีแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าสัญญาเช่ามีกำหนดเวลาแน่นอน จึงระงับลงโทษไม่ต้องบอกกล่าวก่อน พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องของโจทก์บรรยายไว้แล้วว่าเมื่อสิ้นกำหนดเวลาตามสัญญาเช่า โจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว ข้อความดังที่จำเลยฎีกามาว่าจำเลยครอบครองทรัพย์ที่เช่าต่อมาโดยโจทก์รู้แล้วแต่ไม่ทักท้วงนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีไว้ในคำให้การ จึงไม่มีข้อเท็จจริงนี้ที่ได้ว่ากันมาแล้วแต่ศาลชั้นต้น ทั้งคดีนี้คู่ความจะอุทธรณ์ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ศาลฎีกาจะรับฟังและวินิจฉัยให้ไม่ได้ ส่วนที่โจทก์ได้รับเงินจากจำเลยไว้เมื่อโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยแล้ว ไม่ว่าจะเรียกว่าเงินค่าเช่าหรือค่าเสียหายก็จะถือว่าโจทก์จำเลยเป็นอันทำสัญญาเช่าใหม่ต่อไป ไม่มีกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๐ ไม่ได้ เพราะไม่มีข้อเท็จจริงที่จะปรับกับบทกฎหมายดังกล่าวได้ เมื่อสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยมีกำหนดเวลาเช่ากันไว้แน่นอน สัญญาเช่าสิ้นกำหนดแล้ว โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยได้โดยมิพักต้องบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2520 เทศบาลเมืองนครราชสีมา โจทก์ นางน้อย บุญเฉย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เทศบาลเมืองนครราชสีมา · ล. - นางน้อย บุญเฉย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · ถนัด ลีลากุล · สุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายประดิษฐ์ เอกมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ เสถียรธรรมกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1437/2510ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 1292/2523ฎีกา 704/2507ฎีกา 1589/2506ฎีกา 136/2503ฎีกา 4106/2528ฎีกา 1188/2497ฎีกา 407/2545ฎีกา 543/2500ฎีกา 3234/2516ฎีกา 5277/2540ฎีกา 949/2520ฎีกา 302/2508ฎีกา 1602/2527ฎีกา 1086/2511ฎีกา 1135/2505ฎีกา 1141-1157/2509ฎีกา 3139/2525ฎีกา 542/2509ฎีกา 65/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา