⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1517/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอ้างว่าหนังสือสัญญากู้ปิดอากรแสตมป์ขาดไป จะใช้เป็นหลักฐานฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้นั้น จะต้องยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น ไม่สามารถยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินของสามีโจทก์ไป ปรากฎตามสำเนาหนังสือสัญญากู้ท้ายฟ้อง จำเลยให้การรับว่าได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินไปตามฟ้องจริง แล้วโจทก์มิได้อ้างหนังสือสัญญากู้มาเป็นพยานหลักฐานในคดี (เพราะศาลงดสืบพยานโจทก์จำเลย) ต่อมาจำเลยเพิ่งมากล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์และฎีกาว่า หนังสือสัญญากู้นี้ปิดอากรแสตมป์ขาดไป จะใช้เป็นหลักฐานฟ้องจำเลยไม่ได้ ดังนี้ ย่อมฟังไม่ขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินสามีโจทก์ไปตามสำเนาหนังสือสัญญากู้ท้ายฟ้อง ขอให้จำเลยใช้เงินต้นและดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินสามีโจทก์ตามสัญญากู้ท้ายฟ้องจริง ต่อมาสามีโจทก์ตาย บุตรโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกกองมรดกของสามีโจทก์ถูกทางราชการยึดเพื่อขายทอดตลาด บุตรโจทก์จึงขอให้จำเลยทำสัญญากู้ใหม่ โดยเปลี่ยนเป็นบุตรโจทก์เป็นผู้ให้กู้เพื่อปิดบังเอาหนี้เงินกู้รายนี้ไว้เป็นประโยชน์ของตน จำเลยได้ขอสัญญากู้ท้ายฟ้องคืน แต่บุตรโจทก์อ้างว่า นำไปมอบไว้ที่ทนายความ และจำเลยก็ถูกฟ้องให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ที่มีชื่อบุตรโจทก์เป็นผู้ให้กู้แล้ว และจำเลยก็ได้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ท้ายฟ้องหมดแล้วด้วย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า ตามที่จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้กับบุตรโจทก์ใหม่นั้น เป็นการแปลงหนี้ใหม่และเป็นโมฆะไม่มีผลบังคับตามกฎหมายให้จำเลยใช้เงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ว่าสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องระงับไปแล้วโจทก์นำมาฟ้องอีกไม่ได้ กับสัญญานี้ปิดแสตมป์ไม่ครบด้วย จะใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ยังไม่ระงับไป โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยได้ ส่วนเรื่องสัญญากู้นี้ปิดแสตมป์ไม่ครบนั้น จำเลยได้ให้การรับแล้วว่าได้ทำสัญญากู้ยืมเงินสามีโจทก์จริง จึงไม่จำต้องใช้หนังสือสัญญากู้ยืมนั้น เป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีนี้พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลรัษฎากรมาตรา ๑๑๘ บัญญัติไว้มีความว่า ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ แต่คดีนี้จำเลยให้การรับแล้วว่าได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินไปตามฟ้องโจทก์จริง และโจทก์มิได้อ้างหนังสือสัญญากู้มาเป็นพยานหลักฐานในคดี ฎีกาจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2506 นางถ้วน เครือสอน โจทก์ นายพงษ์พันธ์ อู่ทุกข์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางถ้วน เครือสอน · จำเลย - นายพงษ์พันธ์ อู่ทุกข์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถขจรนิติปคุณ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตาก - นายวิบูลย์ ศิริตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี ชุติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2423/2550ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 4973/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา