⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1777/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดอันเดียวกันที่ถูกตัดสินลงโทษโดยศาลที่มีเขตอำนาจแล้ว จะไม่สามารถฟ้องร้องในความผิดเดียวกันนั้นอีกได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกฟ้องยังศาลทหารฐานทำร้ายร่างกายและศาลพิพากษาลงโทษจำเลย คดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว ต่อมาอัยการยังฟ้องจำเลยต่อศาลอาญาฐานบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายอีก โดยเอาการทำร้ายร่างกายครั้งเดียวกันนั่นเองมาเป็นองค์ความผิดของคดีหลังนี้ด้วย ดังนี้ ต้องถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจเข้าไปในห้องพักอาศัยของนางอุไรโดยไม่มีเหตุสมควร โดยเข้าไปด่าต่อว่านางอุไรเรื่องบุตรทะเลาะกัน และไม่ยอมออกไป เมื่อนางอุไรได้ห้ามมิให้เข้าและได้ไล่ออกไป การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปนั้น จำเลยยังได้บังอาจทุบและชกต่อยนางอุไรบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๕ และนับโทษต่อจากคดีดำที่ ๑๒๐๔/๒๕๐๔ ของศาลทหารกรุงเทพ จำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่า อัยการศาลทหารกรุงเทพ ฯ ได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยฐานทำร้ายร่างกายและศาลทหาร ฯ ได้ตัดสินลงโทษจำเลย คดีเสร็จเด็ดขาดแล้วตามคดีแดงที่ ๑๗๑๕/๐๔ โจทก์ฟ้องคดีนี้ ฐานบุกรุก ใช้กำลังประทุษร้าย การกระทำของจำเลยเป็นกรรม และวาระเดียวกับการทำร้ายร่างกาย โจทก์จะฟ้องอีกไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓+ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยกลับให้การรับสารภาพ แต่คงต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องโจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยานและแถลงรับว่า คดีในข้อหาฐานบุกรุกนี้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับข้อหาฐานทำร้ายร่างกาย คดีแดงที่ ๑๗๑๕/๒๕๐๔ แต่เนื่องจากข้อหาฐานทำร้ายร่างกายอยู่ในอำนาจของศาลทหาร ฯ โจทก์จึงแยกฟ้องคดีฐานนั้นต่อศาลทหาร ฯ ส่วนข้อหาฐานบุกรุกอยู่ในอำนาจของศาลอาญาโจทก์ฟ้องที่ศาลอาญา ศาลอาญาวินิจฉัยว่าเป็นการฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙ (๔) อ้างฎีกาที่ ๑๖๘/๒๔๙๙ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานทำร้ายร่างกายศาลทหาร ฯ ได้พิพากษาลงโทษจำเลยเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์กลับนำเอามาฟ้องอีกโดย (เอา) รวมเข้าเป็นองค์ความผิดฐานบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๕ หากศาลพิพากษาลงโทษให้ก็จะต้องลงโทษในความผิดฐานทำร้ายร่างกายซ้ำอีก โจทก์นำความผิดที่ฟ้องแล้วมาฟ้องใหม่ไม่ว่าจะรวมอยู่ในความผิดฐานใด ก็ต้องถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) เรื่องนี้ต่างกับฎีกาที่โจทก์อ้าง (๑๖๘๘/๒๔๙๘,๑๗๔๒/๒๔๙๔) เพราะตามฟ้องจะแยกความผิดฐานทำร้ายร่างกายออกไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2506 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางเช่าเกียง แซ่เตาะหรือเตาะสี แซ่ลิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางเช่าเกียง แซ่เตาะหรือเตาะสี แซ่ลิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเฉลิม กรพุกกะณะ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสวตร โรจนเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1336/2553ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1979/2521ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 852/2464ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 863/2486ฎีกา 1408/2547ฎีกา 2927/2540ฎีกา 214/2494ฎีกา 169/2490ฎีกา 3100/2547ฎีกา 2444/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา