⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 300/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 300/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้จำนองโอนที่ดินจำนองให้ผู้รับจำนองเป็นการตีใช้หนี้ ไม่ใช่การเอาทรัพย์จำนองหลุดหรือขายทอดตลาด ผู้รับจำนองจึงยังคงมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้เงินกู้ชำระหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกู้เงินโจทก์ไปโดยมีผู้อื่นจำนองที่ดินเป็นประกัน โจทก์ฟ้องจำเลยและผู้จำนอง ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงินกู้และดอกเบี้ย ถ้าไม่ใช้ให้ผู้จำนองใช้แทนโดยให้ไถ่ถอนจำนองหรือชายทอดตลาดที่ดินเอาเงินใช้ จำเลยไม่ใช้และไม่มีทรัพย์ให้ยึด โจทก์จึงยึดที่ดินที่จำนอง แต่ยังไม่ทันขายทอดตลาด ผู้จำนองได้ตกลงโอนที่ดินที่จำนองให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ส่วนหนึ่ง หักแล้วยังมีหนี้ค้างชำระอยู่อีก การที่ผู้จำนองโอนที่ดินจำนองให้โจทก์นี้เป็นการเอาที่ดินจำนองตีใช้หนี้ระหว่างโจทก์ผู้รับจำนองกับผู้จำนอง ไม่ใช่กรณีเอาทรัพย์จำนองหลุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 หรือเอาออกขายทอดตลาดตามมาตรา 728 จึงนำมาตรา 733 มาบังคับไม่ได้ เมื่อโจทก์ได้รับชำระหนี้ไปเพียงบางส่วนเท่านั้น ก็ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้เงินกู้ชำระส่วนที่ยังขาดอยู่ได้ เมื่อจำเลยยังเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเกินกว่า 1,000 บาท และไม่มีทรัพย์สินให้ยึดมาชำระหนี้ ศาลก็พิพากษาให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยโดยเด็ดขาดได้ ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 42/2505

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.728 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.729 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.733 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.8 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ว่าว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๕๐๐,๐๐๐ บาท ได้มอบโฉนดที่ดิน ๑ แปลงของนายบุญเกษ จำนองเป็นประกันหนี้ ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยกับนายบุญเกษให้ชำระหนี้และไถ่ถอนจำนอง ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ ถ้าไม่ใช้ ให้นายบุญเกษใช้แทน โดยให้ไถ่ถอนจำนองหรือขายทอดตลาดที่ดินนั้นเอาเงินใช้หนี้แทนจำเลย ในชั้นบังคับคดีจำเลยไม่ใช้หนี้ และไม่มีทรัพย์สินให้ยึด โจทก์จึงยึดที่ดินที่นายบุญเกษจำนองไว้กับโจทก์ แต่ยังไม่ทันขายทอดตลาด นายบุญเกษได้ตกลงโอนที่ดินที่จำนองให้เป็นการชำระหนี้ส่วนหนึ่งโดยตีราคา ๓๘๒,๐๐๐ บาท หักแล้วโจทก์ยังไม่ได้รับชำระอีก ๒๘๖,๐๐๐ บาทเศษ จำเลยไม่มีทรัพย์อื่นใดที่โจทก์จะยึดมาชำระหนี้ได้ โจทก์จึงฟ้องขอให้พิพากษาว่าจำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ศาลแพ่งเห็นว่า กรณีต้องด้วยมาตรา ๗๓๓ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำว่า ลูกหนี้ ตามมาตรานี้หมายรวมตลอดถึงจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้เงินกู้ด้วย หนี้รายนี้จึงระงับสิ้นไปแล้ว โจทก์ฟ้องให้จำเลยล้มละลายไม่ได้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำว่าลูกหนี้ ในมาตรา ๗๓๓ หมายความถึงลูกหนี้ผู้จำนองเท่านั้น จำเลยยังไม่หลุดพ้น พิพากษากลับให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยโดยเด็ดขาด ศาลฎีกาประชุมปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า การที่จะนำเอามาตรา ๗๓๓ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาบังคับได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่เอาทรัพย์สินซึ่งจำนองหลุดตามมาตรา ๗๒๙ หรือ เอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดตามมาตรา ๗๒๘ แต่กรณีนี้ไม่ใช่ แต่เป็นการเอาที่ดินที่จำนองตีใช้หนี้กันระหว่างโจทก์ผู้รับจำนองกับนายบุญเกษผู้จำนองตามมาตรา ๓๒๑ วรรค ๑ ฉะนั้น จึงนำมาตรา ๗๓๓ มาบังคับในกรณีนี้ไม่ได้ เมื่อโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เงินกู้ของจำเลยได้รับชำระหนี้ไปเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ในส่วนที่โจทก์ยังไม่ได้ชำระได้ พิพากษายืนในผลที่ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยโดยเด็ดขาด ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 300/2506 ธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด โดยนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ กรรมการ โจทก์ นายเจริญ ขะชาตย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด โดยนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ กรรมการ · ล. - นายเจริญ ขะชาตย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายกิตติ สีหนนทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1055/2522ฎีกา 1452/2511ฎีกา 5884/2559ฎีกา 3581/2538ฎีกา 5640/2540ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1058/2535ฎีกา 534/2504ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1952/2537ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1239/2514ฎีกา 583/2506ฎีกา 92/2531ฎีกา 3329/2550ฎีกา 2794/2526ฎีกา 3556/2533ฎีกา 3771/2536ฎีกา 1063/2533ฎีกา 2157/2543ฎีกา 7391/2547ฎีกา 1065/2513ฎีกา 780/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา