⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 368/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รายงานการประชุมครูที่ลงลายมือชื่อจำเลยในฐานะประธานที่ประชุม สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินได้ แม้จะไม่ใช่สัญญากู้ยืมและไม่ต้องปิดอากรแสตมป์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ (ครู) ฟ้องจำเลย (เจ้าของ-ผู้จัดการโรงเรียน) ว่ากู้เงินโจทก์ใช้ในกิจการของโรงเรียน แต่เวลากู้ไม่ได้ทำหลักฐานกันไว้ แล้วโจทก์อ้างรายงานการประชุมครู 2 ฉบับ ซึ่งกระทำกันหลังการกู้ ฉบับแรกมีข้อความกล่าวถึงว่าโรงเรียนยังมีหนี้สินอยู่โดยเฉพาะเป็นหนี้โจทก์ 20,000 บาท เมื่อเก็บเงินจากนักเรียนได้แล้วก็จ่ายให้เป็นเงินเดือนครูจนพอ เหลือจากนั้นแล้วจึงใช้หนี้ ฉบับหลังมีข้อความว่า โจทก์สงสัยหนี้สินที่ค้างบัญชีตั้งแต่เจ้าหน้าที่คนเก่าจะจัดการอย่งไร เพราะถึงกำหนดต้องใช้เขาแล้ว จำเลยตอบว่า ได้ลงมติในที่ประชุมตามรายงานฉบับแรกแล้วว่าเงินส่วนที่เหลือจากจ่ายเงินเดือนครู ต้องพิจารณาใช้หนี้โจทก์เป็นรายแรก และรายงานทั้ง 2 ฉบับนี้มีลายเซ็นของจำเลยในฐานะประธานที่ประชุมทั้ง 2 ครั้ง ดังนี้ ข้อความในรายงาน 2 ฉบับนี้ไม่กำกวม ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้ และรายงานการประชุมครูนี้ไม่ใช่สัญญากู้ยืม เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าได้มีการกู้เงินรายนี้กันเท่านั้น จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร จึงรับฟังเป็นพยานได้ อนึ่ง แม้รายงานนี้ไม่ได้มีการรับรองตามระเบียบวาระการประชุม แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีการทักท้วงข้อบกพร่องแห่งการจดรายงานแต่อย่างใด ทั้งมีลายมือจำเลยเซ็นไว้ท้ายรายงาน จึงใช้ยันจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่า เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๐๐ โจทก์ได้เป็นภริยาของจำเลยโดยมิได้จดทะเบียนสมรส วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๐๐ จำเลยยืมเงินโจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อซื้ออุปกรณ์ในการสร้างโรงเรียนศรีศิลปวิทยาลัยของจำเลย แต่ไม่ได้ทำหนังสือกันไว้ และโจทก์ก็เข้าเป็นครูอยู่ในโรงเรียนนี้ด้วย จนเดือนกันยายน ๒๕๐๑ จำเลยจะให้โจทก์ออกจากหน้าที่ครู โจทก์ไม่ยอมจนกว่าจำเลยจะใช้หนี้ให้ ในคราวประชุมครูของโรงเรียนนี้ครั้งที่ ๑๐ และ ๑๑ เมื่อวันที่ ๒๔ และ ๒๕ กันยายน ๒๕๐๑ ได้มีการพูดถึงหนี้สินของโรงเรียนด้วย ปรากฏว่ารายงานการประชุมครั้งที่ ๑๐ มีข้อความกล่าวถึงว่าทางโรงเรียนยังมีหนี้สินอยู่โดยเฉพาะเป็นหนี้ครูปรียา (โจทก์) ๒๐,๐๐๐ บาท เมื่อเก็บเงินจากนักเรียนได้แล้ว ก็ให้จ่ายเป็นเงินเดือนครูจนพอ เหลือจากจ่ายให้ครูแล้วจึงใช้หนี้ และรายงานการประชุมครั้งที่ ๑๑ มีข้อความว่า นางปรียาสงสัยหนี้สินที่ค้างบัญชี ตั้งแต่เจ้าหน้าที่คนเก่าจะจัดการอย่างไร เพราะถึงกำหนดต้องใช้เขาแล้ว ประธานตอบว่า ได้ลงมติในที่ประชุม ในวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๐๑ แล้วว่าเงินที่เหลือจากจ่ายเงินเดือนครูต้องพิจารณาใช้หนี้นางปรียาเป็นรายแรก รวมรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ มีลายมือชื่อของจำเลยลงไว้ข้างท้ายในฐานะประธานที่ประชุม โจทก์อ้างรายงานการประชุมครูนี้มาเป็นหลักฐานฟ้องจำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่า รายงานการประชุมครู ๒ ฉบับนี้ไม่พอรับฟังว่าจำเลยได้ทำเป็นหลักฐานเป็นหนังสือเกี่ยวกับเงินสองหมื่นบาทดังฟ้องของโจทก์ ให้โจทก์ยึดถือไว้เพื่อเป็นหลักฐานฟ้องร้องจำเลย เอกสารดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ เพราะข้อความกำกวมไม่ชัดแจ้ง มีข้อควรสงสัยอยู่ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เอกสาร ๒ ฉบับนี้ย่อมเป็นหลักฐานในการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ จำเลยฎีกา เกี่ยวกับเอกสาร ๒ ฉบับนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ๑.ที่จำเลยฎีกาว่า รับฟังไม่ได้ เพราะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า รายงานประชุมครูนี้ไม่ใช่เป็นสัญญากู้ยืม เป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่าได้มีการกู้เงินรายนี้กันเท่านั้น จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ จึงรับฟังเป็นพยานได้ ๒.รายงานการประชุมครูซึ่งมีข้อความและมีลายมือชื่อของจำเลยดังกล่าวแล้วนั้น จำเลยไม่ได้ปฏิเสธความจริงของรายงานนี้ เป็นแต่โต้แย้งว่าข้อความกำกวม ไม่ได้ความว่าเป็นการกู้เงิน เบี่ยงบ่ายจะให้ฟังเป็นเรื่องหนี้ค่าไม้ที่ทางโรงเรียนเป็นหนี้โจทก์ ซึ่งแท้จริงหาเป็นดังที่จำเลยต่อสู้ไม่ เพราะโจทก์มีพยานมาเบิกความประกอบแสดงว่าหนี้ ๒๐,๐๐๐ บาท ตามรายงานฯ นั้น เป็นหนี้การกู้ยืมรายนี้เอง ๓.ที่จำเลยอ้างว่ารายงานฯ นี้ไม่ได้มีการรับรองตามระเบียบวาระการประชุม ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น ก็ไม่ปรากฏว่ามีการทักท้วงอย่างใด ทั้งมีลายมือจำเลยเป็นผู้เซ็นท้ายรายงานการประชุม จึงใช้ยันจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2506 นางปรียา นุกูลการ (หม้าย) โจทก์ นายสมพร จุรีมาศ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปรียา นุกูลการ (หม้าย) · ล. - นายสมพร จุรีมาศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายบุญชัย สยามเนตร · ศาลอุทธรณ์ - นายวิเชียร เศวตรุนทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2423/2550ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 4973/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา