⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 102/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทนายความที่แนะนำหรือยุยงให้ตัวความหลีกเลี่ยงการรับหมายศาล ถือว่ากระทำการละเมิดอำนาจศาล.

ย่อคำพิพากษา

ทนายจำเลยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้แนะนำไม่ให้จำเลยมาศาลเพื่อฟังคำสั่งศาล และเป็นผู้ยุยงส่งเสริมให้จำเลยหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับหมายต่าง ๆ ของศาล ศาลชั้นต้นจึงได้ทำการไต่สวนในข้อหาว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และได้มีคำสั่งให้ทนายจำเลยมาศาลด้วยตนเองทุกนัดที่มีการนัดไต่สวน กรณีเช่นนี้ทนายจำเลยไม่มีฐานะเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 19 ฉะนั้น การที่ทนายจำเลยไม่มาศาลตามคำสั่งของศาล จึงไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(5) และมาตรา 19 เมื่อปรากฎต่อศาลว่าผู้ใดกระทำละเมิดอำนาจศาลจะปรากฎโดยผู้นั้นกระทำต่อหน้าศาลหรือปรากฎจากหลักฐานอื่นใด ศาลก็ย่อมสั่งลงโทษได้ ในระหว่างที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีที่คู่ความพิพาทกัน มีหลักฐานแสดงต่อศาลว่าทนายจำเลยกระผิดฐานละเมิดอำนาจศาลแต่ศาลยังมิได้ลงโทษทนายจำเลย ศาลยังได้สั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเกี่ยวกับเรื่องละเมิดอำนาจศาลโดยเฉพาะอีก และให้โอกาสทนายจำเลยที่จะอ้างอิงพยานหลักฐานมาสืบแสดงต่อศาล ครั้นถึงวันนัดทนายจำเลยก็ไม่มาศาล และไม่แจ้งเหตุขัดข้องอย่างไร แม้ภายหลังที่ศาลสั่งลงโทษทนายจำเลยแล้ว ทนายจำเลยก็มิได้แจ้งเหตุขัดข้องอย่างไรต่อศาลซึ่งแสดงว่าทนายจำเลยจงใจไม่อ้างอิงพยานหลักฐานมาสืบ และหลบเลี่ยงการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในเรื่องละเมิดอำนาจศาล ดังนี้ ศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาในเรื่องทนายจำเลยละเมิดอำนาจศาลมาชอบแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณารับฟังได้ว่าทนายจำเลยเป็นผู้ยุยงเสี้ยมสอนให้ตัวความหลบเลี่ยงไม่รับหมายของศาลตลอดมา การกระทำของทนายจำเลยย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(3) (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1,2/2507)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.19 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.17 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เนื่องจากจำเลยหลีกเลี่ยงไม่รับหมายต่าง ๆ ของศาล จนศาลต้องออกหมายจับจำเลย จำเลยได้มาแถลงต่อศาลว่า นายวิชัยทนายจำเลยเป็นผู้แนะนำให้จำเลยหลบหนีไม่รับหมายต่าง ๆ ของศาล ศาลชั้นต้นเห็นว่ามีการละเมิดอำนาจศาลเกิดขึ้น จึงได้ทำการไต่สวนพยานจำเลยที่รู้เห็น แล้วหมายเรียกนายวิชัยทนายจำเลยมาศาล นายวิชัยขอสืบพยานแก้ข้อกล่าวหา ศาลชั้นต้นกำหนดให้นายวิชัยนำพยานมาไต่สวนในวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๐๕ และสั่งให้นายวิชัยมาศาลด้วยตนเองทุกนัดที่มีการนัดไต่ส่วน ครั้นถึงวันนัดไต่สวนนายวิชัยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจับนายวิชัยและมีคำสั่งว่า "เรื่องขัดขืนไม่มาศาล เห็นว่าข้อกำหนดของศาลตามที่ปรากฎในรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๐๕ นั้น นายวิชัยได้ลงลายมือรับทราบคำสั่งศาลแล้วแต่พอถึงวันนัดไต่สวนนัดแรก คือวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๐๕ นายวิชัยไม่มาศาล ทั้งมิได้แจ้งเหตุขัดข้อที่ตนไม่ได้มาศาล เมื่อศาลได้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙ มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑(๕)ประกอบมาตรา ๑๙ มีคำสั่งให้ลงโทษจำคุกนายวิชัย ๑ เดือน เรื่องร่วมกันหลีกเลี่ยงไม่รับหมายต่าง ๆ ของศาล ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายวิชัยได้แนะนำให้จำเลยหลบหนีไปไม่รับหมายต่าง ๆ ของศาล เป็นการยุยงส่งเสริมให้จำเลยกระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล จึงมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเสมือนเป็นตัวการด้วย มีคำสั่งว่า จำเลยมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑(๓) ปรับ ๕๐๐ บาท ส่วนนายวิชัยมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑(๓) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๔ จำคุกนายวิชัย ๖ เดือน นายวิชัยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จะนำมาตรา ๑๙ มาบังคับแก่นายวิชัยหาได้ไม่ การที่นายวิชัยไม่มาศาลในวันนัด ไม่เป็นการขัดขืนไม่มาศาลตามคำสั่งของศาลตามนัยแห่งมาตรา ๑๙ ที่ศาลชั้นต้นกล่าวอ้างมา นายวิชัยยังไม่มีความผิด ส่วนเรื่องร่วมกันหลีกเลี่ยงไม่รับหมายต่าง ๆ ของศาลนั้น ศาลจะฟังคำพยานชั้นไต่สวนลับหลังนายวิชัยย่อมไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๒ และ ๑๗๒ ทวิ พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ลงโทษนายวิชัยโดยปล่อยนายวิชัยพ้นข้อหาไป พนักงานอัยฎีกาขอให้ลงโทษนายวิชัยยืนตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลสั่งให้นายวิชัยมาศาลก็เพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาในเรื่องละเมิดอำนาจศาลต่อนายวิชัยโดยเฉพาะ ไม่ใช่ดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับคดีที่พิพาทกัน และการที่ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าวต่อนายวิชัย ไม่อาจถือได้ว่านายวิชัยเป็นคู่ความกับศาล ศาลฎีกาได้พร้อมกันประชุมใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีเรื่องนี้นายวิชัยไม่มีฐานะเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙ ฉะนั้น การที่นายวิชัยไม่มาศาลตามคำสั่งของศาล จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๓๑(๕) ประกอบด้วยมาตรา ๑๙ ศาลฎีกาเห็นต่อไปว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้บัญญัติถึงเรื่องละเมิดอำนาจศาล และให้ศาลมีอำนาจสั่งลงโทษผู้กระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้ พึงเห็นได้ว่าให้อำนาจศาลไว้เป็นพิเศษโดยไม่ต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ต้องมีการสอบสวนโดยพนักงานสอบสวน ไม่ต้องมีโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาล เมื่อปรากฎต่อศาลว่าผู้ใดกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ก็ให้ศาลมีอำนาจสั่งลงโทษได้ การปรากฎต่อศาลว่าผู้ใดกระทำละเมิดอำนาจศาลนั้นจะปรากฎโดยผู้นั้นกระทำต่อหน้าศาลหรือปรากฏจากหลักฐานอื่นใด ศาลก็ย่อมสั่งลงโทษได้ในระหว่างที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีที่คู่ความพิพาทกัน มีหลักฐานแสดงต่อศาลว่านายวิชัยกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล แต่ศาลยังมิได้สั่งลงโทษนายวิชย ศาลยังได้สั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเกี่ยวกับเรื่องละเมิดอำนาจศาลโดยเฉพาะอีก และให้โอกาสนายวิชัยที่จะอ้างอิงพยานหลักฐานมาสืบแสดงต่อศาล ครั้นถึงวันนัดนายวิชัยก็ไม่มาศาล และไม่แจ้งเหตุขัดข้องอย่างไร แม้ภายหลังที่ศาลสั่งลงโทษนายวิชัยแล้ว นายวิชัยก็มิได้แจ้งเหตุขัดข้องอย่างไรต่อศาล ซึ่งแสดงว่านายวิชัยจงใจไม่อ้างอิงพยานหลักฐานมาสืบและหลบเลี่ยงการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในเรื่องละเมิดอำนาจศาล ศาลฎีกาประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า ศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาในเรื่องนายวิชัยละเมิดอำนาจศาลมาชอบแล้ว และกระบวนพิจารณานั้นรับฟังได้ว่านายวิชัยซึ่งเป็นทนายเป็นผู้ยุยงเสี้ยมสอนให้ตัวความหลบเลี่ยงไม่รับหมายของศาลตลอดมา การหลีกเลี่ยงไม่รับหมายของศาลเป็นการละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา ๓๑(๓)แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กรณีเรื่องนี้นายวิชัยเป็นต้นคิดและยุยงเสี้ยมสอนให้ตัวความหลบเลี่ยงไม่รับหมายของศาล กรณีเห็นได้ว่าตัวความไม่มีความคิดนึกที่จะกระทำด้วยตนเอง นอกจากทำตามความคิดและเสี้ยมสอนของนายวิชัยซึ่งเป้นทนาย นายวิชัยเป็นต้นตอและเป็นตัวการสำคัญในการกระทำผิดยิ่งกว่าตัวความเองเสียอีก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๔ ก็บัญญัติให้ผู้กระทำการดังกล่าวเป็นตัวการในความผิดนั้น ๆ ด้วย ซึ่งมาตรา ๑๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ก็บัญญัติให้ใช้ในกรณีความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เว้นแต่กฎหมายนั้น ๆ จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น บทบัญญัติความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลก็มิได้แสดงว่าบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ศาลฎีกาประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า นายวิชัยมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑(๓) พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่านายวิชัยมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑(๓),๓๓ ให้จำคุก ๖ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2507 นายประมุข เลขะกุล โจทก์ นายแวหะมะหรืออาแวจู ตะนิรี ล. นายวิชัย จารุสกุล ทนายจำเลย ผู้ถูกกล่าวหา

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประมุข เลขะกุล · ล. - นายแวหะมะหรืออาแวจู ตะนิรี · ผู้ถูกกล่าวหา - นายวิชัย จารุสกุล ทนายจำเลย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายชยากร ถายะพิงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธงสิทธิ พวงกนก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 4024/2536ฎีกา 5640/2540ฎีกา 712/2559ฎีกา 2920/2554ฎีกา 2916/2522ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2907/2526ฎีกา 400/2508ฎีกา 469/2531ฎีกา 7168/2542ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1145/2512ฎีกา 8337/2540ฎีกา 6620/2550ฎีกา 5449/2531ฎีกา 9134/2551ฎีกา 7279/2540ฎีกา 595/2551ฎีกา 3260/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา