⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1045-1048/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045-1048/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้เช่าอยู่ ผู้รับโอนจะรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่าก็ต่อเมื่อผู้โอนมีกรรมสิทธิ์และโอนกรรมสิทธิ์ในขณะที่มีสัญญาเช่าผูกพันอยู่.

ย่อคำพิพากษา

การโอนอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้เช่าอยู่ ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 นั้น ผู้โอนต้องมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน และโอนกรรมสิทธิ์ในขณะที่มีสัญญาเช่าผูกพันอยู่ด้วย ผู้รับโอนจึงจะรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่านั้น สัญญาที่เจ้าของที่ดินให้จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกและให้ตึกตกเป็นของเจ้าของที่ดิน ตั้งแต่สร้างตึกเสร็จโดยจำเลยมีสิทธิครอบครองและให้เช่าช่วงต่อไปได้นั้นเมื่อจำเลยทำผิดสัญญา จนเจ้าของที่ดินใช้สิทธิเข้าครอบครองตึกเสียแล้ว เจ้าของที่ดินจึงหาใช่ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในตึกซึ่งต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 569 ไม่ เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิที่จะให้โจทก์ได้ใช้ประโยชน์จากตึกที่เช่าอันเป็นการผิดสัญญาเช่าต่อโจทก์แล้ว โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิที่จะเรียกค่าเช่าที่ชำระล่วงหน้าไปแล้วคืนจากจำเลยได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 22/2507)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.545 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้ง 5 สำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องใจความคล้ายคลึงกันว่า จำเลยทั้งสามเข้าหุ้นส่วนกันก่อสร้างตึกแถวโดยเช่าจากกรมศิลปากร 15 ปี จำเลยที่ 1 ได้ตกลงทำสัญญาให้โจทก์เช่าตึก โดยโจทก์ชำระเงินล่วงหน้าให้แก่จำเลยตลอดอายุสัญญาเช่าแล้ว แต่จำเลยผิดสัญญาเช่ากับกรมศิลปากร โจทก์ต้องไปทำสัญญาและเสียค่าเช่าต่อกรมศิลปากร จึงขอบังคับให้คืนเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยทั้ง 5 สำนวนให้การปฏิเสธว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแม้กรมศิลปากรบอกเลิกสัญญากับจำเลย สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยย่อมใช้ยันกรมศิลปากรได้ โจทก์ยังไม่เสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามใช้เงินแก่โจทก์ คือบริษัทลพบุรีคิงส์โฮเต็ล จำกัด 69,000 บาท นายถ่าย หิรัญรักษ์กับนางกิมฮวย คงเดช สำนวนละ 23,000 บาท นางทุเรียน ศิริคุปต์ 11,500 บาท รวมทั้งดอกเบี้ย จำเลยทั้ง 5 สำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้ง 5 สำนวนฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 แล้วเห็นว่า การผู้รับโอนตามความหมายแห่งมาตรานี้ ผู้โอนหรือผู้ให้เช่าต้องมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์และโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีสัญญาเช่าผูกพันอยู่ ผู้รับโอนจึงต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่า กล่าวคือ ต้องยอมให้ผู้เช่าได้เช่าอยู่ต่อไปตามสัญญาเท่าที่ผู้โอนซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจะมีสิทธิให้เช่าได้ แต่เรื่องนี้ ตึกตกเป็นของกรมศิลปากรตั้งแต่สร้างตึกเสร็จขณะจำเลยให้โจทก์เช่านั้น ตึกตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมศิลปากรแล้วแต่กรมศิลปากรยอมให้จำเลยมีสิทธิครอบครองและให้เช่าช่วงต่อไปได้การที่จำเลยทำผิดสัญญากับกรมศิลปากร และกรมศิลปากรใช้สิทธิเช่าครอบครองตึกตามสัญญานั้น กรมศิลปากรมิใช่เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ตึกที่ให้โจทก์เช่า กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 569 ดังที่จำเลยอ้าง การที่จำเลยครอบครองตึกพิพาทและให้โจทก์เช่าได้นั้น ก็โดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับกรมศิลปากร การที่โจทก์เช่าที่รายนี้จากจำเลยก็เป็นการเช่าช่วงโดยชอบเท่าที่จำเลยมีสิทธิในตึกที่เช่า แต่เมื่อจำเลยทำผิดสัญญาต่อกรมศิลปากร และกรมศิลปากรใช้สิทธิครอบครองตึกเสียแล้ว จำเลยก็หมดสิทธิที่จะครอบครองตึกและให้เช่าช่วงได้ต่อไป ค่าเช่าที่โจทก์เสียให้แก่จำเลยไปแล้วนั้น เป็นการชำระให้ตามสัญญาซึ่งตกลงไว้ว่า จำเลยจะต้องให้โจทก์เช่าได้ต่อไปจนตลอดอายุสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับกรมศิลปากร ซึ่งโจทก์จะเช่าอยู่ได้จนถึง พ.ศ. 2511 โจทก์จึงยอมให้เงินจำนวนนั้นแก่จำเลย แต่เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิที่จะให้โจทก์ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่านั้นได้ตลอดไปตามสัญญาก็เป็นการทำผิดสัญญาเช่าช่วงที่ทำไว้กับจำเลยโจทก์ชอบที่จะเรียกค่าเช่าที่ให้ล่วงหน้าไว้แล้วนั้นคืนจากจำเลยดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต้องกันมา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045 - 1048/2507 บริษัทลพบุรีคิงส์โฮเต็ล จำกัด โดยพันโทถนอม บัวขำ โจทก์ ประธานกรรมการ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายประพันธ์ นิลจันทร์ ที่ 1 พันตำรวจเอกจรุง จำเลย เศวตนันท์ ที่ 2 นางบุญชื่น พันธุวุฒิกร ที่ 3 จำเลย บริษัทลพบุรี ฯลฯ โจทก์ นายประพันธ์ นิลจันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทลพบุรีคิงส์โฮเต็ล จำกัด โดยพันโทถนอม บัวขำ · โจทก์ - ประธานกรรมการ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายประพันธ์ นิลจันทร์ ที่ 1 พันตำรวจเอกจรุง · จำเลย - เศวตนันท์ ที่ 2 นางบุญชื่น พันธุวุฒิกร ที่ 3 · โจทก์ - บริษัทลพบุรี ฯลฯ · จำเลย - นายประพันธ์ นิลจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา