⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 208/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2507

ป.พ.พ. ม.1496, 1499 · ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีฟ้องขับไล่ซึ่งจำเลยมิได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์ ถือเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แม้จะมีคำขอเรื่องค่าเช่าและค่าเสียหายด้วยก็ตาม จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ย่อคำพิพากษา

คดีฟ้องขับไล่ซึ่งจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ถึงแม้โจทก์จะมีคำขอเรียกค่าเช่าและค่าเสียหายมาด้วยก็จะชี้ขาดว่าเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ไม่ได้ คดีเช่นว่านี้ แม้ประเด็นเรื่องขับไล่ได้ยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว คงมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกา เฉพาะประเด็นเรื่องค่าเสียหายเท่านั้นก็ตาม จำเลยก็ยังฎีกาในข้อเท็จจริงในฐานที่เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2507)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1496 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1499

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1496 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1499 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินโฉนดที่ ๓๔๘๓ กับตึกเรือนโรงสิ่งปลูกสร้างของโจทก์เพื่อการค้ามีกำหนด ๓ ปี นับแต่ ๑ กันยายน ๒๔๙๒ ค่าเช่าเดือนละ ๕๐๐ บาท จำเลยผิดสัญญาและบัดนี้สัญญาเช่าได้สิ้นกำหนดแล้ว โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาการเช่าแล้ว จำเลยไม่ยอมออก โจทก์เสียหาย จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยกับบริวารออกจากที่ดินกับตึกเรือนโรงสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง ๔,๐๐๐ บาทกับค่าเสียหายเดือนละ ๒,๐๐๐ บาทตั้งแต่กันยายน ๒๕๐๓ จนกว่าจำเลยจะออกและส่งส่งมอบที่ดินให้โจทก์ จำเลยให้การว่า เดิมจำเลยเช่าที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ตามฟ้องจริง ต่อมาโจทก์ขอเลิกสัญญากับจำเลย โจทก์ทำสัญญาเช่ากับจำเลยใหม่เมื่อ ๒ มิถุนายน ๒๔๙๔ โดยโจทก์ให้จำเลยกับพวกเช่าที่ดินแปลงเดียวกันนี้ยาวตามถนนดำรงค์รักษ์เพื่อปลูกตึกแถว ๒ ชั้น ๑๑ ห้อง มีกำหนด ๑๒ ปี เมื่อปลูกเสร็จจำเลยยอมยกกรรมสิทธิ์ตึกแถวให้เป็นของโจทก์โดยจำเลยยอมเสียค่าเช่าให้โจทก์เดือนละ ๖๐ บาทการทำสัญญาเช่าครั้งหลังนี้ จำเลยต้องเสียเงินกินเปล่าให้โจทก์จำนวนมากเพื่อหวังสิทธิที่จะได้เช่าที่ดินตามกำหนดเวลาที่ตกลงกัน โจทก์ได้มอบหมายให้จำเลยช่วยเก็บค่าเช่าจากผู้เช่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินแปลงเดียวกันซึ่งจำเลยได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์มาก่อนเป็นครั้งคราว แต่ขณะนี้โจทก์เป็นผู้เก็บค่าเช่าและตกลงทำสัญญาเช่ากับผู้เองทั้งสิ้น เว้นแต่โกดังของจำเลยที่ ๒ ซึ่งปลูกสร้างต่อเนื่อกับตึกแถวที่จำเลยได้ปลูกขึ้นตามสัญญาเช่าครั้งหลัง ซึ่งโจทก์ยอมให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่เช่าตามสัญญาฉบับหลัง การเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างตึกโดยยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์นี้ แม้มิได้จดทะเบียน แต่เป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อยังไม่ครบกำหนดสัญญา โจทก์ก็ไม่มีสิทธิ์ฟ้องขับไล่จำเลยได้ โจทก์ไม่ได้เสียหายจริงตามฟ้อง หากเสียหายก็ไม่เกินเดือนละ ๕๐๐ บาทตามอัตราค่าเช่าที่โจทก์ตกลงกับจำเลย ค่าเช่าที่โจทก์ว่าค้าง ๔,๐๐๐ บาทก็ไม่เป็นความจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑-๒และบริวารออกจากที่ดินโฉนดที่ ๓๕๔๓ กับตึกเรือนโรงบรรดาสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนที่ดินนี้ไป(นอกจากตอนที่เช่ากันตามสัญญาหมาย จ.๒) ให้จำเลยที่๑-๒ ร่วมกันชำระค่าเช่าที่ค้าง ๔,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๕๐๐ บาท ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๐๓ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ ๑-๒ จะออกและส่งมอบที่ดินให้โจทก์ โจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ว่าโจทก์ควรได้ค่าเสียหายตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะค่าเสียหายโดยให้จำเลยที่ ๑-๒ ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๑,๔๐๐ บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น จำเลยฝ่ายเดียวฎีกาว่าค่าเสียหายรายเดือนที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้เดือนละ ๑,๔๐๐ บาท ไม่ชอบ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า คำฟ้องขับไล่ซึ่งจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เช่นคดีเรื่องนี้ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ถึงแม้โจทก์จะมีคำขอเรียกค่าเช่าและค่าเสียหายมาด้วย ก็จะชี้ขาดว่าเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ไม่ได้ โดยเฉพาะคดีนี้ประเด็นเรื่องขับไล่ได้ยุดิตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว คงมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะประเด็นเรื่องค่าเสียหายเท่านั้นก็ตาม จำเลยก็ยังฎีกาในข้อเท็จจริงในฐานที่เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยแล้วพิพากษาแก้ว่า ให้จำเลยที่๑-๒ ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๑,๒๐๐ บาท ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๐๓ เป็นต้นไป นอกจากทีแก้ คงให้เป็นไปตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2507 พลจัตวา หม่อมราชวงศ์ภาคินัย จักรพันธุ์ โจทก์ นายเที่ยมเม้ง แซ่เอี๋ยว ที่ 1 นายคิมซ้ง แซ่เบ๊ ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พลจัตวา หม่อมราชวงศ์ภาคินัย จักรพันธุ์ · ล. - นายเที่ยมเม้ง แซ่เอี๋ยว ที่ 1 นายคิมซ้ง แซ่เบ๊ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ประมูล สุวรรณศร · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมงคล เชาวน์ดี · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ โชติรัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา