⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 238/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ผู้เช่าเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ทรัพย์สินที่เช่าโดยผู้ให้เช่ามิได้ยินยอม ไม่ผูกพันผู้ให้เช่า และผู้เช่าไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการเช่า 2. เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดและผู้ให้เช่าไม่ยินยอมให้เช่าต่อ สัญญาเช่าระงับลง แม้ผู้เช่าจะครอบครองทรัพย์สินต่อไปก็ถือเป็นการละเมิด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้สถานที่เช่าเพื่อประกอบการค้า ต่อมาจำเลยเปลี่ยนเจตนาใช้สถานที่เช่าเป็นที่อยู่อาศัย โดยโจทก์มิได้ยินยอมตกลงด้วยเช่นนี้ย่อมไม่ผูกพันโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 552จำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ สัญญาเช่าครบกำหนดตามเวลาที่ตกลงกันไว้ ผู้เช่าได้ไปติดต่อขอเช่าต่อกับผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่าไม่ยินยอมให้เช่าแม้ผู้เช่าจะครอบครองสถานที่เช่าอยู่ต่อมา ก็ถือว่าสัญญาเช่าระงับแล้วตามมาตรา 564 การที่ผู้เช่าอยู่ในสถานที่เช่าต่อมา โดยตนไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะอยู่แล้ว ถือเป็นละเมิดต่อผู้ให้เช่า เมื่อผู้ให้เช่าเอาลวดหนามมาปิดกั้นทางขึ้นลงทางด้านแม่น้ำเพื่อไม่ให้ผู้เช่าใช้สถานที่เช่าทางด้านนั้นผู้เช่าจะเรียกค่าเสียหายเพราะเหตุที่ไม่ได้ใช้สถานที่เช่าจากผู้ให้เช่าไม่ได้เพราะความเสียหายนี้เกิดจากผลที่ผู้เช่าละเมิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หลวงเลขาวิจารณ์ · จำเลย - นายซิวเกี้ยง แซ่ลิ้ม หรือสุทธิ วิสุทธิสัมพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ห้วน ประชาบาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา