⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 761/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 761/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คำสั่งระหว่างพิจารณาที่โจทก์หรือจำเลยอุทธรณ์ไม่ได้ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้ว คำวินิจฉัยในประเด็นนั้นย่อมเป็นที่สุด แม้ภายหลังจะมีการพิพากษาคดีนั้นแล้วก็ตาม * การที่โจทก์นำสืบพยานหลักฐานได้น้อยกว่าที่ฟ้องไว้ แต่ไม่ถึงขนาดทำให้มูลคดีที่ฟ้องไม่มี ย่อมไม่เป็นเหตุให้ยกฟ้องโจทก์ได้ * การบอกเลิกสัญญาเช่ามีผลให้สัญญาเช่าระงับสิ้นสุดลง แม้ภายหลังจำเลยจะชำระค่าเช่าและค่าเสียหายให้แก่โจทก์โดยเจ้าหน้าที่ออกใบรับรวมกัน ก็ไม่ถือว่าสัญญาเช่ายังคงมีผลผูกพันอยู่ต่อไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลสั่งขาดนัดยื่นคำให้การแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นคำให้การศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณายกอุทธรณ์ จำเลยไม่ฎีกา ปัญหาเรื่องขอยื่นคำให้การจึงยุติแล้ว จำเลยจะกลับยกขึ้นฎีกาอีกเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีนั้นแล้วไม่ได้ โจทก์นำสืบหลักฐานได้น้อยไปกว่าที่ฟ้องไว้ ไม่ถึงกับทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์ไม่เกิดขึ้น จนถึงกับจะต้องยกฟ้องโจทก์เพราะเหตุมูลคดีที่ฟ้องไม่มี โจทก์บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้วจำเลยนำเงินค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหายเท่าจำนวนค่าเช่าสำหรับเดือนต่อ ๆ มาหลังจากบอกเลิกการเช่าแล้วไปชำระเจ้าหน้าที่ผู้รับเงินของโจทก์ด้วยความผิดพลาดได้ออกใบรับให้แก่จำเลยโดยรวมเรียกค่าเสียหายเป็นค่าเช่าด้วย ดังนี้ ไม่ถือว่าสัญญาเช่ายังคงผูกพันอยู่ เพราะสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยระงับไปตั้งแต่โจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว แม้จำเลยจะอยู่ต่อมาก็ได้ชื่อว่าอยู่โดยละเมิดสิทธิโจทก์ นิติสัมพันธ์ทางสัญญาเช่าย่อมไม่เกิดขึ้นใหม่อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.552 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.560 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเกินกว่า ๒ คราวติด ๆ กันและให้จำเลยที่ ๒ เข้าอยู่อาศัยในที่เช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ โจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว กับให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง จำเลยทั้สองก็ไม่ยอมออกจากที่เช่าและไม่ชำระค่าเช่าขอให้ศาลขับไล่จำเลย ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและใช้ค่าเสียหาย ก่อนยื่นคำให้การ โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลอนุญาต จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การศาลสั่งขาดนัดยื่นคำให้การและนัดพิจารณาสืบพยานต่อไป ในวันนัดพิจารณา จำเลยที่ ๑ ขอยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตสืบพยานแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหาย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาขอยื่นคำให้การแก้คดีโจทก์เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมนั้น เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยที่ ๑ ยื่นคำให้การอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ ก็มิได้โต้แย้งคำสั่ง กลับอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๖(๑) พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ก็มิได้ฎีกา ปัญหาเรื่องขอยื่นคำให้การจึงยุติแล้ว จะยกขึ้นฎีกาอีกไม่ได้ ปัญหาเรื่องค่าเช่าที่ค้างชำระตามที่โจทก์นำสืบปรากฏว่า ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาต่างกับฟ้อง ต้องยกฟ้องนั้น เห็นว่า เป็นเรื่องที่โจทก์นำสืบหลักฐานได้น้อยไปกว่าที่ฟ้องไว้เท่านั้นเอง ไม่ถึงกับทำให้อำนาจฟ้องโจทก์ไม่เกิดขึ้น เพียงเท่านี้จะยกฟ้องโจทก์เสียเพราะเหตุมูลคดีที่ฟ้องไม่มี หาได้ไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า เจ้าหน้าที่โจทก์ออกใบเสร็จรับเงินค่าเช่าหลังจากโจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว แสดงว่าโจทก์ยังผูกพันตามสัญญาเช่าอยู่ เห็นว่า เจ้าหน้าที่ของโจทก์ด้วยความผิดพลาด ได้ออกใบเสร็จรับเงินโดยรวมเรียกค่าเสียหายเป็นค่าเช่าด้วยนั้น จะถือว่าสัญญายังคงมีผูกพันอยู่ตอกันย่อมไม่ได้ เพราะสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ระงับไปตั้งแต่โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาแล้ว นับแต่นั้นมาจำเลยได้ชื่อว่าอยู่โดยละเมิดสิทธิโจทก์ นิติสัมพันธ์ทางสัญญาเช่าย่อมไม่เกิดขึ้นใหม่อีก พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยที่ ๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 761/2508 กรมประชาสงเคราะห์(โดยนายเจริญ มโนพัฒนะ รองอธิบดี ผู้รับมอบอำนาจให้ เป็นผู้แทนในคดีจากอธิบดี) โจทก์ นางสาววรรณี พวงประดับ ที่ ๑ นายพัฒน์ ตุลารักษ์ ที่ ๒ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับมอบอำนาจให้ - กรมประชาสงเคราะห์(โดยนายเจริญ มโนพัฒนะ รองอธิบดี · โจทก์ - เป็นผู้แทนในคดีจากอธิบดี) · จำเลย - นางสาววรรณี พวงประดับ ที่ ๑ นายพัฒน์ ตุลารักษ์ ที่ ๒
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอัศนี เกาไศยนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจินตา บุณยอาคม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา