⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 635/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานลงลายมือชื่อของตนเองในเอกสารราชการที่ตนไม่มีอำนาจลงนาม และประทับตราตำแหน่งของผู้มีอำนาจลงนาม ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสารราชการ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นปลัดอำเภอมีหน้าที่รับคำขอและสอบสวนเรื่องราวเกี่ยวกับการขออนุญาตให้และมีอาวุธปืน แล้วทำความเห็นเสนอต่อนายอำเภอ เมื่อนายอำเภออนุญาต จำเลยก็มีหน้าที่กรอกข้อความในใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนเสนอนายอำเภอ ลงลายมือชื่อในฐานะนายทะเบียนท้องที่ จำเลยไม่มีอำนาจที่จะลงลายมือชื่อได้ ดังนี้ หากจำเลยลงลายมือชื่อของจำเลยเองในใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแล้วประทับตราตำแหน่งนายอำเภอเป็นการปลอมตนว่าเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตแล้ว ใบอนุญาตนี้ก็ไม่ใช่ใบอนุญาตอันแท้จริง เพราะไม่ได้ลงนามพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต จำเลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 10/2507)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นปลัดอำเภอจัตวา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเมื่อระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม 2502 ถึง 5 กันยายน 2504จำเลยเบียดบังต้นขั้วแบบพิมพ์ ป.4 ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนวันที่ 7 ธันวาคม 2502 เวลากลางวัน จำเลยปลอมเอกสารสิทธิแบบ ป.4 ใบอนุญาตให้พลตำรวจกล่อม ด้วงทอง มีและใช้อาวุธปืนในโอกาสที่จำเลยมีหน้าที่กรอกข้อความและลงชื่อจำเลยเป็นนายทะเบียนประทับตราตำแหน่งนายอำเภอ และเบียดบังเงินค่าธรรมเนียม 100 บาทที่จำเลยรับจากพลตำรวจกล่อม ในหน้าที่ ไม่นำส่งเสมียนตราอำเภอขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151, 161 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 7 จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 161 ให้ลงโทษกระทงที่หนัก ตามมาตรา 147 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2502 มาตรา 3 จำคุก 5 ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่แล้วปรากฏว่าจำเลยเป็นปลัดอำเภอจัตวา ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอให้มีหน้าที่รับคำขอและสอบสวนเรื่องราวเกี่ยวกับการขออนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แล้วทำความเห็นเสนอต่อนายอำเภอ เมื่อนายอำเภออนุญาตจำเลยก็มีหน้าที่กรอกข้อความในใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนเสนอนายอำเภอลงลายมือชื่อในฐานะนายทะเบียนท้องที่จำเลยเองไม่มีอำนาจที่จะลงลายมือได้โดยลำพัง ปัญหาที่ว่า จำเลยเป็นผู้ทำเอกสารหมาย จ.1 ปลอมขึ้น หรือยักยอกเงินค่าธรรมเนียม 100 บาทที่จำเลยรับจากพลตำรวจกล่อมตามหน้าที่หรือไม่นั้น โจทก์มีพลตำรวจกล่อมเป็นพยานว่า ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ซื้อปืนได้เมื่อได้ปืนมาแล้วจึงนำไปที่อำเภอหาดใหญ่เพื่อขอรับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน จำเลยเรียกเงินค่าธรรมเนียม 100 บาท แล้วจำเลยได้เขียนใบอนุญาต ป.4 และลงลายมือชื่อจำเลยในช่องนายทะเบียนต่อหน้าพลตำรวจกล่อม มอบใบอนุญาต ป.4 หมาย จ.1 ให้พลตำรวจกล่อมต่อมาถึงมกราคม 2505 ปรากฏว่าใบอนุญาตของอำเภอหาดใหญ่ตั้งแต่เลข 300 ขึ้นไปไม่มีต้นขั้ว พลตำรวจกล่อมรู้สึกสงสัยจึงนำใบอนุญาตของตนเลขที่ 364 ไปให้อำเภอตรวจสอบความทุจริตรายนี้จึงปรากฏขึ้นมีคำพยานยืนยันว่าลายมือที่กรอกข้อความในใบอนุญาตหมาย จ.1 นั้นเป็นลายมือจำเลย คดีต้องฟังว่าจำเลยทำเอกสาร จ.1 ปลอมขึ้นและเบียดบังยักยอกเงินค่าธรรมเนียม 100 บาท ที่จำเลยรับไว้ตามหน้าที่ แม้ตามข้อเท็จจริงจะปรากฏว่า จำเลยได้ลงลายมือชื่อของจำเลยเองในเอกสาร จ.1 นั้น แต่กรณีนี้มิใช่เป็นเรื่องทำเอกสารที่จำเลยมีหน้าที่ทำหรือรับรองเอง อันจะเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 ซึ่งหมายความว่า จำเลยได้มีหน้าที่ออกเอกสารนั้นเองกล่าวคือ เอกสารนั้นเป็นเอกสารที่แท้จริง หากแต่ผู้กระทำผิดทำหรือรับรองโดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จลงไปในเอกสารนั้น แต่ในคดีนี้ แม้จำเลยจะลงลายมือชื่อของจำเลยเอาลงไปในเอกสารนั้นแต่จำเลยก็ได้ปลอมตนว่าเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารนั้นกล่าวคือโดยแสดงว่าเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่นายทะเบียนผู้ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แล้วประทับตราตำแหน่งนายอำเภอลงไป เอกสารนี้จึงไม่ใช่เอกสารอันแท้จริง เพราะไม่ได้ลงนามพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต จำเลยได้ทำเอกสารนี้ขึ้นเพื่อให้คนทั้งหลายเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ความผิดของจำเลยจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้นอีกกระทงหนึ่งด้วยที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 147 และมาตรา 161 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นั้น จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2507 อัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายดำรง ธรรมวุฒิธาดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายดำรง ธรรมวุฒิธาดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · โพยม เลขยานนท์ · อรรถขจรนิติปคุณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2907/2526ฎีกา 313/2526ฎีกา 982-983/2505ฎีกา 3224/2524ฎีกา 4547/2530ฎีกา 3224-3225/2527ฎีกา 778/2506ฎีกา 2245/2515ฎีกา 2316/2529ฎีกา 1797/2536ฎีกา 332/2527ฎีกา 1532/2543ฎีกา 4532/2548ฎีกา 265/2543ฎีกา 744/2506ฎีกา 35/2521ฎีกา 3297/2522ฎีกา 1019-1021/2506ฎีกา 2076/2517ฎีกา 238/2567ฎีกา 2797/2525ฎีกา 1655/2520ฎีกา 197/2509ฎีกา 5133/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา