คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเอกสารที่ถูกปลอมนั้นอยู่ในความดูแลครอบครองของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำความผิดตามหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ผู้นั้นเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นพนักงานพิสูจน์ มีหน้าที่ในการพิสูจน์การครอบครองที่ดินแล้วกรอกข้อความในแบบบันทึกการสอบสวนสิทธิและพิสูจน์การทำประโยชน์เพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เอกสารดังกล่าวจึงอยู่ในความดูแลครอบครองของจำเลยก่อนส่งไปยังศูนย์หรือผู้ควบคุมสาย เมื่อเอกสารนี้ถูกปลอมลายมือชื่อของ จ.ผู้มีหน้าที่ปกครองท้องที่และระวังแนวเขต โดยจำเลยมีโอกาสกระทำเองหรือร่วมกับจำเลยอื่นกระทำขึ้น จำเลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น
ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58 บัญญัติให้นายอำเภอมีอำนาจแต่งตั้งให้ผู้ซึ่งได้รับการอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ออกไปพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์แทนตนในการเดินสำรวจเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์. และในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้นให้เจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาจำเลยเป็นผู้ได้รับคำสั่งจากนายอำเภอให้เป็นพนักงานพิสูจน์ มีหน้าที่ในการพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ในที่ดิน จึงเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นพนักงานพิสูจน์ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นพนักงานวัดระยะ จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันออกไปสอบสวนสิทธิและพิสูจน์การทำประโยชน์ในที่ดิน โดยจำเลยที่ ๔ นำชี้เขตที่ดินว่าเป็นของตน และจำเลยที่ ๑ ได้กรอกข้อความลงในแบบบันทึกการสอบสวนสิทธิและพิสูจน์การทำประโยชน์ เพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.๓ ก. อันเป็นเอกสารราชการ และปรากฏว่ามีลายมือชื่อ "จำรูญ ถึงถิ่น" ผู้ใหญ่บ้านท้องที่ลงปลอมไว้ในช่องผู้ปกครองท้องที่ โดยจำเลยทั้งสี่ร่วมกันสนับสนุนรู้เห็นซึ่งกันและกันให้คนใดคนหนึ่งลงลายมือชื่อปลอม จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ปลอมเอกสารนั้นโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่ และร่วมกันใช้อ้างต่อผู้อื่น ขอให้ลงโทษ
จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๖๑ ให้จำคุก ให้ยกฟ้องจำเลยอื่น
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ด้วย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ลายมือชื่อในช่อง "ที่ว่าง" และช่อง "ผู้ปกครองท้องที่"ของนายจำรูญผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีหน้าที่ปกครองท้องที่และระวังแนวเขต ในแบบพิมพ์บันทึกการสอบสวนสิทธิและพิสูจน์การทำประโยชน์เพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) โดยใช้รูปถ่ายทางอากาศ เป็นลายมือชื่อปลอม เนื่องจากจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ในการพิสูจน์การครอบครองที่ดินแล้วกรอกรายการต่าง ๆในเอกสารดังกล่าว เอกสารจึงอยู่ในความดูแลครอบครองของจำเลยที่ ๑ ก่อนส่งไปยังศูนย์หรือผู้ควบคุมสาย เมื่อเอกสารนี้ถูกปลอมลายมือชื่อของนายจำรูญลงไปจำเลยที่ ๑ ย่อมมีโอกาสกระทำเองหรือร่วมกับจำเลยอื่นกระทำขึ้น จำเลยที่ ๑ย่อมมีความผิดฐานปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้นในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจำรูญ
ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๘ วรรค ๔ และ ๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ บัญญัติไว้ใจความว่า ในการเดินสำรวจพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์เพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นายอำเภอจะแต่งตั้งให้ผู้ซึ่งได้รับการอบรมการพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์เป็นเจ้าหน้าที่ออกไปพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์แทนตนก็ได้ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายอำเภอมอบหมายนี้ ให้เจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา จำเลยที่ ๑ ได้รับคำสั่งของนายอำเภอปะทิวให้เป็นพนักงานพิสูจน์ มีหน้าที่ในการพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ที่ดิน จำเลยที่ ๑ จึงเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2527
พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร โจทก์
นายอำนาจ สุนทรโอวาท กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · จำเลย - นายอำนาจ สุนทรโอวาท กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายสุจินต์ สรรเพชร์นิยม · ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ วณิคพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา