⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 841/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท เมื่อได้ฟ้องและมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดบทหนึ่งแล้ว จะฟ้องในความผิดอีกบทหนึ่งไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ได้ฉีดยาให้บุคคลหนึ่งโดยประมาทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายนั้น เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท เมื่อโจทก์ไม่ฟ้องจำเลยตามฐานความผิดทุกบทกฎหมายเสียในคดีเดียวกัน กลับเลือกฟ้องจำเลยฐานประกอบโรคศิลปไม่รับอนุญาตจนศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว ก็ได้ชื่อว่าความผิดของจำเลยซึ่งได้ฟ้องนั้นมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะฟ้องจำเลยฐานทำให้คนตายโดยประมาทอีก มิฉะนั้น ความผิดกรรมเดียวของจำเลยก็จะถูกพิจารณาสองซ้ำสองหนไม่ชอบกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๖ เวลากลางวัน จำเลยโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง ใช้ยาไทรานาอันเป็นยาฉีดแก้ไขฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณตะโพกของเด็กหญิงส่วย เพื่อบำบัดไข้ โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจำเลยฉีดยาไม่ตรงตามตำแหน่งที่ควรฉีด เข็มฉีดยาก็ไม่สะอาด ทำให้เด็กหญิงส่วยเป็นฝีมีหนองที่สะโพก ต่อมา ๓๑ กรกฎาคมถึง ๑๒ กันยายน ๒๕๐๖ จำเลยบังอาจฉีดยาแก้ไข้และรักษาฝีที่ตะโพก ซึ่งเกิดจากการกระทำของจำเลยอีกหลายครั้ง ทำให้ฝีอักเสบรุนแรง หนองกัดกล้ามเนื้อตะโพกเป็นโพรงไปตามขาขวา หนองทะลุไหลออกที่ขาพับข้างขวา เป็นบาดแผลสาหัส เด็กหญิงส่วยถึงแก่ความตายเมื่อ ๑๒ กันยายน ๒๕๐๖ เหตุเกิดตำบลศิลาแล อำเภอปัว จังหวัดน่าน ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๑ ให้นับโทษจำเลยต่อคดีแดง ๓๑๗/๒๕๐๖ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องรับว่าเป็นจำเลยในคดีแดง ๓๑๗/๒๕๐๖ จริง ศาลชั้นต้นสอบโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ เป็นการฉีดยารายเดียวกับที่จำเลยได้ถูกฟ้องในคดีแดงที่ ๓๑๗/๒๕๐๖ หรือไม่ โจทก์แถลงรับว่าเป็นการฉีดยารายเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ กับการกระทำของจำเลยในคดีแดงที่ ๓๑๔/๒๕๐๖ เป็นกรรมเดียววาระเดียวกัน แต่ละเมิดกฎหมายหลายบท เมื่อจำเลยถูกฟ้องและถูกลงโทษในคดีแดง ๓๑๗/๒๕๐๖ แล้วแม้คดียังไม่ถึงที่สุด โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยด้วยบทกฎหมายอื่นที่ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษไว้ในคดีอาญา ๓๑๗/๒๕๐๖ อีกไม่ได้ ตามนัยฎีกาที่ ๒๐๑+/๒๔๙๒ เพราะสิทธินำคดีมาฟ้องใหม่ระงับไปแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อคดีก่อนโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำให้คนตายโดยประมาทสิทธินำคดีมาฟ้องก็ยังไม่ระงับ ทั้งมิใช่กรรมเดียวกัน เพราะความผิดตามพระราชบัญญัตินั้นเกิดขึ้นจากการที่จำเลยมีเจตนาจงใจละเว้นไม่ขออนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ แต่คดีนี้ความผิดของจำเลยอยู่ที่การประมาทในการฉีดยา ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นการกระทำกรรมเดียวซึ่งผิดกฎหมายหลายบท โจทก์ฟ้องศาลลงโทษฐานประกอบโรคศิลปะไม่ได้รับอนุญาตไปแล้ว สิทธินำคดีมาฟ้องในความผิดฐานอื่นเนื่องจากกรรมอันเดียวกันย่อมระงับ พิพากษายืน โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายทำนองเดียวกับชั้นอุทธรณ์ อ้างว่าความจริงแล้ว การกระทำผิดครั้งเดียววาระเดียวจะเป็นผิดทั้งเจตนาและประมาทไม่ได้ จำเลยต้องรับโทษในคดีนี้ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นอันฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยทำการประกอบโรคศิลปะโดยผิดกฎหมาย ซึ่งได้ถูกโจทก์ฟ้องและศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.๒๔๗๙ ไปครั้งหนึ่งแล้ว ต่อมาโจทก์จึงได้ฟ้องจำเลยในกรรมเดียวกันนี้ฐานทำให้คนตายโดยประมาทขึ้นอีกสำนวนหนึ่ง ปัญหาจึงมีว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องคดีนี้ได้อีกหรือไม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา๓๙(๔) บัญญัติว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง ฉะนั้นความผิดของจำเลยในกรรมเดียวกันนี้ โจทก์เลือกฟ้องให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำผิดพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะจนศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วก็ได้ชื่อว่าความผิดของจำเลยซึ่งได้ฟ้องนั้นมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะฟ้องจำเลยฐานทำให้คนตายโดยประมาทอีก มิฉะนั้นความผิดกรรมเดียวของจำเลยก็จะถูกพิจารณาพิพากษาสองซ้ำสองหน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตายนัยฎีกา ๔๙๐/๒๕๐๖ และ ๑๗๗๗/๒๕๐๖ จริงอยู่ที่โจทก์ฎีกาว่าความผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมโรคศิลปะนั้นเกิดจากเจตนา ส่วนความผิดที่ฟ้องคดีนี้เกิดจากความประมาทของจำเลยอันมีสภาพต่างกันในลักษณะที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในวาระเดียวครั้งเดียวกัน กระนั้นก็ตาม เมื่อความผิดของจำเลยเป็นการละเมิดต่อกฎหมายหลายบท แต่แทนที่โจทก์จะฟ้องจำเลยตามฐานความผิดทุกบทกฎหมายเสียในคดีเดียวกัน กลับแยกฟ้องสำนวนละคราวเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องการดำเนินคดีของโจทก์ไม่รัดกุมเอง เป็นเหตุให้ความผิดกรรมเดียวกันของจำเลยได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดตามคดีก่อนไปชั้นหนึ่งแล้ว ฉะนั้น สิทธิที่จะนำคดีนี้มาฟ้องจำเลยของโจทก์ย่อมเป็นอันหมดไป ฏีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2507 อัยการจังหวัดน่าน โจทก์ นายอินทร พรมลังกา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดน่าน · ล. - นายอินทร พรมลังกา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดน่าน - นายมงคล เปาอินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2379/2565ฎีกา 2680/2531ฎีกา 4541/2550ฎีกา 96/2529ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 2927/2540ฎีกา 214/2494ฎีกา 169/2490ฎีกา 2083/2539ฎีกา 7283-7285/2540ฎีกา 1604-1605/2512ฎีกา 511/2485ฎีกา 360/2536ฎีกา 8308/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา