⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1281/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1281/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการบันดาลโทสะจะอ้างเหตุยกเว้นโทษตามกฎหมายได้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น.

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายได้เคยซื้อของกินจากหญิงซึ่งเคยได้เสียกับจำเลย โดยที่ผู้เสียหายไม่รู้มาก่อน และเคยพูดจากเกี้ยวพาราสีหญิงนั้น คืนเกิดเหตุ จำเลยรู้เรื่องจากคำบอกเล่าของหญิงนั้นว่าผู้เสียายยังพูดจากเกี้ยวพาราสีเพื่อจะติดพันหญิงนั้นอยู่อีก จำเลยต่อว่าผู้เสียหาย ผู้เสียหายปฏิเสธ จำเลยก็ใช้มีดฟันผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายมิได้กอดปล้ำหญิงนั้น การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นเรื่องป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 และจำเลยจะอ้างว่าได้กระทำผิดโดยบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ก็ไม่ได้ ผู้เสียหายถูกฟันด้วยมีดโต้ เป็นแผลที่หัวคิ้วขวาผ่านหน้าผาก ยาว 8 นิ้ว กว้างครึ่งนิ้ว ลึกถึงมันสมอง กระโหลกศีรษะแตก ถ้าผู้บาดเจ็บไม่ได้รับการรักษาเยียวยาให้ทันท่วงทีแล้ว ย่อมถึงแก่ความตาย เห็นได้ว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายให้ตาย จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่า คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาประกอบให้หลักฐานพยานโจทก์หนักแน่นขึ้นมาก เป็นเหตุให้ปรานีบรรเทาโทษจำเลยหนึ่งในสามได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดโต้ฟันกลางศีรษะนายชัชวาลย์ สำรวมธรรม เป็นเหตุให้กระโหลกศีรษะแตก แผลลึกจดเยื่อหุ้มสมอง เป็นอันตรายแก่ร่างกายถึงสาหัส โดยเจตนาฆ่า แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เพราะนายแพทย์ได้เยียวยารักษาพยาบาลได้ทันท่วงที จึงทำให้นายชัชวาลย์ไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๘๐ จำเลยให้การว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายเนื่องจากความจำเป็นเพื่อป้องกันเกียรติยศและชื่อเสียงของจำเลย เพราะผู้เสียหายกอดปล้ำภริยาจำเลย มิได้มีเจตนาฆ่า ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยไม่มีเจตนาจะฆ่าผู้เสียหาย แต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ และทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗, ศาลลงโทษจำคุกจำเลย ๔ เดือน ริบมีดของกลาง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงของจำเลย และการเป็นสามีภริยาระหว่างจำเลยกับนางหนูเพียรมิได้จดทะเบียนกัน จำเลยจะอ้างว่าเป็นการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงเพราะนางหนูเพียรเป็นภริยาจำเลยก็ไม่ได้ กรณีไม่อาจถือว่าเป็นการบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๒ คดีฟังได้ว่าเป็นเจตนาจะฆ่าผู้เสียหาย พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ให้จำคุกจำเลยสิบปี มีดของกลางริบ จำเลยฎีกาขอให้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียหายได้เคยซื้อของกินจากนางหนูเพียรมาก่อน และเคยพูดจาเกี้ยวพาราสีนางหนูเพียรโดยไม่รู้ว่านางหนูเพียรได้เสียเป็นภริยาจำเลยอยู่ ครั้นในคืนเกิดเหตุ จำเลยรู้เรื่องจากคำบอกเล่าของนางหนูเพียรว่าผู้เสียหายยังพูดจากเกี้ยวพาราสีเพื่อจะติดพันนางหนูเพียรอยู่อีก จำเลยจึงต่อว่าต่อขานผู้เสียหาย ครั้นผู้เสียหายปฏิเสธ จำเลยก็ใช้มีดโต้ฟันผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายมิได้กอดปล้ำนางหนูเพียรแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่ใช่เป็นเรื่องป้องกันสิทธิของตนหรือผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๘ และจำเลยจะอ้างว่าได้กระทำผิดโดยบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา ๗๒ ก็ไม่ได้ ส่วนบาดแผลของผู้เสียหายที่ถูกฟันด้วยมีดโต้นั้น ปรากฏตามใบชันสูตรของแพทย์ว่าเป็นแผลที่หัวคิ้วขวาผ่านหน้าผากยาว ๘ นิ้ว กว้างครึ่งนิ้ว ลึกถึงมันสมอง กระโหลกศีรษะแตก เมื่อแผลหายแล้วประสาทสมองอาจพิการใช้ไม่ได้เหมือนเดิม แพทย์เบิกความว่าถ้าผู้บาดเจ็บไม่ได้รับการรักษาเยียวยาให้ทันท่วงทีแล้วย่อมถึงแก่ความตายแน่ เห็นได้ว่าจำเลยทำร้ายโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายให้ตาย หากแต่แพทย์ช่วยเหลือไว้ได้ทัน ผู้เสียหายจึงไม่ถึงตาย จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่า ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาลงโทษจำเลย แต่คดีนี้คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาประกอบให้หลักฐานพยานโจทก์หนักแน่นขึ้นมาก สมควรปรานีบรรเทาโทษให้จำเลยหนึ่งในสามได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ลดโทษจากที่พิพากษาจำคุกจำเลยสิบปีนั้น ให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ เหลือโทษจำคุกจำเลย ๖ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1281/2508 อัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายอ๊อดหรือคำดี พลยะเรส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายอ๊อดหรือคำดี พลยะเรส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ห้วน ประชาบาล · ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายนาม จำนง · ศาลอุทธรณ์ - นายปาลพันธุ์ ปาณิกบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1790/2521ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 5806/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา