คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การครอบครองที่ดินโดยอาศัยสิทธิของฝ่ายโจทก์ แม้จะครอบครองมานานเพียงใดก็ตาม หากยังไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ ย่อมไม่อาจยกขึ้นอ้างปรปักษ์ได้
2. เมื่อฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา ผู้เสียหายมีสิทธิเลือกบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญา หรือเลิกสัญญาและเรียกให้คู่สัญญาอีกฝ่ายคืนสู่ฐานะเดิมได้
ย่อคำพิพากษา
การทีจำเลยทำสัญญาจะซื้อที่ดินมือเปล่าจากสามีโจทก์ โดยได้วางมัดจำและได้เข้าครอบครองที่ดินมากว่า 10 ปีแล้วก็ตาม เมื่อยังไม่ได้โอนขายกัน ก็ต้องถือว่าจำเลยครอบครองโดยอาศัยสิทธิของฝ่ายโจทก์ ฝ่ายโจทก์ย่อมขอให้ปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้
เมื่อจำเลยผู้จะซื้อผิดสัญญา ฝ่ายโจทก์ผู้จะขายก็ขอเลิกสัญญาได้ เมื่อใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะเดิม คือ โจทก์คืนเงินที่รับชำระให้จำเลย จำเลยก็ต้องคืนที่พิพาทให้โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อสวนยางจากนายบิซันซิงห์สามีโจทก์เป็นราคา ๖๐,๐๐๐ บาท จำเลยวางมัดจำไว้แล้ว ๓๐,๐๐๐ บาท และได้รับมอบให้ครอบครองกรีดน้ำยางในที่พิพาทตลอดมา ต่อมานายบิซันซิงห์ตาย ศาลตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก โจทก์ได้ให้ตัวแทนไปติดต่ออำเภอให้เรียกจำเลยรับซื้อและชำระเงินที่เหลือ จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาว่าจำเลยผิดสัญญา หรือมิฉะนั้นก็ให้จำเลยชำระเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทและรับซื้อสวนยางไป
จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้ง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าสวนยางที่ค้าง ๒๑,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยโดยให้จำเลยรับซื้อที่พิพาทไป ยกฟ้องแย้งของจำเลย
โจทก์จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยคืนสวนยางให้โจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าใน พ.ศ.๒๔๙๓ นายบิซันซิงห์ทำสัญญาจะขายสวนยางให้จำเลย จำเลยได้ครอบครองสวนยางมา ต่อมานายบิซันซิงห์ถึงแก่กรรม ยังไม่ได้ทำการโอนขายสวนยางพิพาทให้จำเลย ฉะนั้น เมื่อจำเลยเข้าครอบครองสวนยางพิพาทตามข้อสัญญาจะซื้อขาย ต้องถือว่าจำเลยครอบครองโดยอาศัยสิทธิของฝ่ายโจทก์ แม้สัญญาจะซื้อขายรายนี้ได้ทำกันมาเกิน ๑๐ ปีแล้วก็ตาม ก็ต้องถือว่าจำเลยครอบครองแทนโจทก์ เมื่อจำเลยไม่ยอมชำระหนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิขอให้เลิกสัญญาได้ แต่เมื่อมีการใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งกลับคืนสู่ฐานะเดิม ฉะนั้นโจทก์ผู้เรียกร้องเอาสวนยางคืน มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่จำเลยชำระไว้ให้จำเลยด้วย ฝ่ายจำเลยก็ต้องคืนที่พิพาทให้โจทก์
พิพากษาแก้ ให้โจทก์คืนเงิน ๓๙,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2508
นางบาสันต์กอล์(หม้าย) โจทก์
นางเล๊าะหรือเรบหลี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางบาสันต์กอล์(หม้าย) · จำเลย - นางเล๊าะหรือเรบหลี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โพยม เลขยานนท์ · เชื้อ คงคากุล · ยุ้ย อาตมียะนันทน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายอุทิศ บุญชู · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินทุกะสิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา