⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 771/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่สามีก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ของครอบครัว ถือเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา และเจ้าหนี้สามารถบังคับเอาจากสินสมรสของภริยาได้ แม้ภริยาจะมิได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมด้วยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

หนี้ที่สามีก่อขึ้นด้วยการกู้เงินโจทก์มาลงทุนทำการประมงหาเลี้ยงครอบครัว ย่อมเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา และแม้โจทก์จะมิได้ฟ้องภริยาเป็นจำเลยร่วมกับสามีด้วยก็ตาม โจทก์ก็ยึดสินเดิมของภริยาเอาออกชำระหนี้โจทก์ตามที่สามีเป็นหนี้อยู่ตามคำพิพากษาได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2508)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.282 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.291 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1462 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์นำยึดที่ดิน อ้างว่าเป็นของจำเลย เพื่อขายทอดตลาดใช้หนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ผู้ร้อง(ภริยาจำเลย) ยื่นคำร้องขอให้ถอนการยึด โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินเดิมของผู้ร้องและยังคงเป็นสินบริคณห์ระหว่างจำเลยกับผู้ร้องอยู่ ที่ผู้ร้องฎีกาวา หนี้จำเลยก่อขึ้นไม่ใช่หนี้ร่วม ศาลฎีาพิเคราะห์แล้วจำเลยกู้เงินโจทก์มาเพื่อลงทุนทำการประมงหาเลี้ยงครอบครัวย่อมเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินบริคณห์ และเป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยสามีและผู้ร้องภริยา ฎีกาข้อสุดท้าย ผู้ร้องว่า เมื่อเป็นหนี้ร่วม โจทก์ก็ต้องฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยร่วมด้วย โจทก์จึงจะยึดได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดินที่ดจทก์นำยึด แม้จะเป็นสินเดิมของผู้ร้อง ก็คงเป็นสินบริคณห์ระหว่างจำเลยกับผู้ร้องอยู่ และถ้าจำเลยกับผู้ร้องต้องรับผิดใช้หนี้ร่วมกัน ก็ให้ใช้จากสินบริคณห์ดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๖๒, ๑๔๘๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉะนั้นในการบังคับคดี ในคดีลูกหนี้มีภริยานั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๒ วรรคท้ายบัญญัติว่า " ฯลฯ ทรัพย์สินที่เป็นของภริยา ฯลฯ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งตามกฎหมายอาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือเป็นทรัพย์สินที่อาจบังคับเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้นั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจยึดหรืออายัดและเอาออกขายได้ตามที่บัญญัติไว้ข้างบนนี้" สินบริคณห์จึงตกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายวิธีสบัญญัติข้างต้น ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยร่วม ก็ยึดที่พิพาทเอาออกขายชำระหนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องผู้ร้องนั้น ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2508 นายยิ้ม อยู่วัง โจทก์ นายแดง ภิรมย์พานิช จำเลย นางพร้อม ยินดี ผ.ร.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยิ้ม อยู่วัง · จำเลย - นายแดง ภิรมย์พานิช · ผ.ร. - นางพร้อม ยินดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อินท์ อุดล · โพยม เลขยานนท์ · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - ม.ร.ว.พูน ศรีธวัช · ศาลอุทธรณ์ - นายประสม เภกะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4244/2539ฎีกา 5199/2543ฎีกา 3808/2526ฎีกา 621/2514ฎีกา 874/2532ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493ฎีกา 959/2537ฎีกา 7674/2550ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1388/2500ฎีกา 2033/2551ฎีกา 3544/2542ฎีกา 1427/2514ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1005/2495ฎีกา 134/2513ฎีกา 1792/2492ฎีกา 888/2511ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7419/2543ฎีกา 1413/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา