⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1166-1168/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1166-1168/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าช่วงไม่มีสิทธิให้เช่าช่วงต่อไปเกินกว่าสิทธิของผู้เช่าเดิม และต้องอยู่ภายใต้ข้อสัญญาของผู้เช่าเดิมกับเจ้าของทรัพย์สิน.

ย่อคำพิพากษา

ในฟ้องโจทก์ระบุไว้ชัดว่า ห้องพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ได้กล่าวอ้างถึงสิทธิอื่น เป็นการยืนยันว่ามีอำนาจให้เช่าเพราะโจทก์เป็นเจ้าของแต่อย่างเดียวจำเลย จึงชอบที่จะยกข้อที่ว่าห้องพิพาทตกเป็นของราชพัศดุแล้ว ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ ว.เช่าที่ดินราชพัศดุมาเพื่อปลูกสร้างอาคารให้เช่า โดยมีข้อตกลงในสัญญาว่า เมื่อสัญญาสิ้นกำหนดแล้ว บรรดาสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของรัฐบาลทั้งสิ้น โจทก์เช่าช่วงที่ดินที่ ว.เช่ามาจากทางราชการนั้นอีกต่อหนึ่งแล้วปลูกสร้างห้องพิพาทขึ้นให้จำเลยเช่า สัญญาเช่าที่ดินราชพัศดุระหว่าง ว.กับทางราชการสิ้นกำหนดในวันที่ 31 ธันวาคม 2506 โจทก์ทราบถึงข้อตกลงสัญญาระหว่าง ว.กับทางราชการดี และรู้ล่วงหน้าตามข้อสัญญาแล้วว่าโจทก์จะมีอำนาจให้เช่าได้ภายในกำหนดเวลาเพียงเท่าที่ ว.จะพึงมีตามสัญญาเช่าจากทางราชการ และอาคารที่ ว.ปลูกสร้างลงในที่พิพาทจะตกเป็นของราชพัศดุเมื่อสิ้นกำหนดสัญญาเช่าด้วย ดังนี้ แม้โจทก์จะเป็นผู้ปลูกสร้างห้องพิพาทก็ตาม ก็ปลูกโดยสวมสิทธิ ว. ต้องอยู่ในบังคับแห่งสัญญาระหว่าง ว. กับทางราชการด้วย เมื่อสัญญาเช่าที่ดินระหว่าง ว. กับทางราชการสิ้นกำหนด และทางราชการได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว กรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทก็ตกเป็นของราชพัศดุตามสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2507 ว. หมดสิทธิในที่พิพาท กรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทและอำนาจการให้เช่าของโจทก์ก็สิ้นสุดลงด้วย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 20-23/2509)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.545

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสามสำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องทำนองเดียวกัน ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องที่เช่า กับเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าห้องเป็นของโจทก์ซึ่งเป็นสามีภริยากัน จำเลยให้การทำนองเดียวกันว่า ห้องพิพาทนี้โจทก์ปลูกสร้างขึ้นโดยอาศัยสิทธิการเช่าที่ดินจากนายวิบูลย์ อูณากูส ซึ่งเช่ามาจากราชพัศดุ ห้องพิพาทตกเป็นของราชพัศดุตามสัญญาตั้งแต่วันสิ้นกำหนดสัญญาเช่าระหว่างนายวิบูลย์กับราชพัศดุ (๑ มกราคม ๒๕๐๗) โจทก์ไม่ใช่เจ้าของห้องพิพาทไม่มีอำนาจให้จำเลยเช่า โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ ถ้าโจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยยอมแพ้ และยอมใช้ค่าเสียหายให้ตามที่ฟ้อง ถ้าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง โจทก์ยอมแพ้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์จำเลยเป็นคู่สัญญากัน จำเลยจะเถียงสิทธิของโจทก์ผู้ให้เช่าไม่ได้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายวิบูลย์เช่าที่ดินราชพัศดุมาเพื่อปลูกสร้างอาคารให้เช่า โดยมีข้อตกลงในสัญญาว่านายวิบูลย์จะไม่เอาที่รายนี้ทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปให้ผู้อื่นเช่าแทนหรือเช่าต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าเสียก่อน และเมื่อสัญญาสิ้นกำหนดแล้ว บรรดาสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของรัฐบาลทั้งสิ้น โจทก์ได้เช่าช่วงที่ดินที่นายวิบูลย์เช่ามาจากทางราชการนั้นอีกต่อหนึ่ง แล้วโจทก์ปลูกสร้างห้องพิพาทขึ้นให้จำเลยเช่า สัญญาเช่าที่ดินราชพัศดุระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการสิ้นกำหนดในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๖ และทางราชการได้บอกเลิกสัญญาเช่าต่อนายวิบูลย์แล้ว จำเลยผู้เช่าห้องพิพาทจากโจทก์จึงงดส่งค่าเช่าให้โจทก์ตั้งแต่นั้นมา โจทก์จึงฟ้อง ดังนี้ ตามที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ จำเลยมีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญา จะอ้างสิทธิภายนอกมายันโจทก์ผู้ให้เช่าไม่ได้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะในฟ้องโจทก์ระบุไว้ชัดว่าห้องพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ได้กล่าวถึงสิทธิอื่น เป็นการยืนยันว่ามีอำนาจให้เช่าเพราะโจทก์เป็นเจ้าของแต่อย่างเดียว จำเลยจึงชอบที่จะยกข้อที่ว่าห้องพิพาทตกเป็นของราชพัศดุแล้ว ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าที่ดินราชพัศดุระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการนั้นทำกันเปิดเผย ณ ที่ว่าการอำเภอ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นายวิบูลย์ปลูกอาคารให้เช่า เมื่อนายวิบูลย์เช่ามาแล้วก็ให้โจทก์เช่าที่ดินรายนี้ทำการปลูกสร้างให้คนเช่าและโจทก์ถือเอาประโยชน์คือเก็บค่าเช่าจากผู้เช่าห้องที่โจทก์ปลูกสร้างขึ้น ตรงตามวัตถุประสงค์ของสัญญาระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการตลอดมา ประกอบกับข้อที่โจทก์รับว่าได้เช่าช่วงที่ดินราชพัศดุมาจากนายวิบูลย์ ซึ่งนายวิบูลย์เช่ามาจากทางราชการและรับว่าสัญญาเช่าระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการสิ้นอายุการเช่าแต่วันที่สิ้นปี พ.ศ. ๒๕๐๖ แล้ว เช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้ทราบถึงข้อสัญญาระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการดี และรู้ล่วงหน้าตามข้อสัญญาแล้วว่าโจทก์จะมีอำนาจให้เช่าได้ภายในกำหนดเวลาเพียงเท่าที่นายวิบูลย์จะพึงมีตามสัญญาเช่าจากทางราชการ และอาคารใดที่นายวิบูลย์ปลูกสร้างลงในที่ดินที่พิพาทจะต้องตกเป็นของราชพัศดุเมื่อสิ้นกำหนดสัญญาเช่าด้วย ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นผู้ปลูกสร้างห้องพิพาทก็ตาม ก็ปลูกโดยสวมสิทธินายวิบูลย์ต้องอยู่ในบังคับแห่งสัญญาระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการนั้นด้วย เมื่อสัญญาเช่าที่ดินระหว่างนายวิบูลย์กับทางราชการสิ้นกำหนดและทางราชการได้บอกเลิกสัญญาเช่านั้นแล้ว กรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทก็ตกเป็นของราชพัศดุตามสัญญาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๐๗ นายวิบูลย์หมดสิทธิในที่พิพาท กรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทและอำนาจการให้เช่าของโจทก์ก็สิ้นสุดลงด้วย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1166 - 1168/2509 นางจันทร์เครือ จุลกะรังคะ โจทก์ นายตั๊งหรือตงเฮง แซ่ตั้ง จำเลย นายกำจัด จุลกะรังคะ โจทก์ นางเอี้ยมเซียว แซ่อุย จำเลย นางจันทร์เครือ จุลกะรังคะ โจทก์ นางเอี้ยมเซียว แซ่อุย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจันทร์เครือ จุลกะรังคะ · จำเลย - นายตั๊งหรือตงเฮง แซ่ตั้ง · โจทก์ - นายกำจัด จุลกะรังคะ · จำเลย - นางเอี้ยมเซียว แซ่อุย · โจทก์ - นางจันทร์เครือ จุลกะรังคะ · จำเลย - นางเอี้ยมเซียว แซ่อุย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · โพยม เลขยานนท์ · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายวีระ มณีดิษฐ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6105/2531ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา