คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลฎีกาสั่งไม่รับฎีกา คำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ที่ถูกฎีกาถึงที่สุดทันที ผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษา.
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลสั่งไม่รับฎีกา และผู้ฎีกาได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งโดยหาผู้ค้ำประกันมาทำสัญญาค้ำประกันค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 นั้น เมื่อศาลฎีกาสั่งยกคำร้องไม่รับฎีกา คดีที่โจทก์ฟ้องก็ถึงที่สุดตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งนั้น ผู้ค้ำประกันจึงต้องปฏิบัติตามสัญญาค้ำประกัน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ เนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์ขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลไม่อนุญาต โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง โจทก์ฎีกา ศาลแพ่งสั่งว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์ถึงที่สุด ไม่รับฎีกา โจทก์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลสั่งให้โจทก์นำเงินค่าฤชาธรมเนียมมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๔ นายกมลจึงได้ทำสัญญาค้ำประกันเงินดังกล่าว ศาลแพ่งส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาไปยังศาลฎีกา ศาลฎีกาสั่งว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๕๖ ให้ยกคำร้อง จำเลยจึงขอให้ศาลบังคับคดีตามคำพิพากษา นายกมลผู้ค้ำประกันจึงร้องว่าโจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่งศาลไว้แล้ว คดียังไม่ถึงที่สุด ผู้ค้ำประกันยังไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาค้ำประกัน ขอให้งดการปฏิบัติการบังคับคดีไว้ก่อน
ศาลแพ่งสั่งว่า การยื่นอุทธรณ์คำสั่งเป็นเรื่องของโจทก์ ไม่เกี่ยวกับนายประกันที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาประกัน ให้ยกคำร้อง
ผู้ค้ำประกันอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ค้ำประกันฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ค้ำประกันได้มาทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลก็เพื่อโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่งที่ไม่รับฎีกาของโจทก์ เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องไม่รับฎีกา คดีที่โจทก์ฟ้องก็ถึงที่สุดตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งนั้น ผู้ค้ำประกันจะต้องปฏิบัติตามสัญญาค้ำประกันนั้น การที่โจทก์รื้อฟื้นให้ศาลรับอุทธรณ์ของโจทก์อีก และเมื่อศาลปฏิเสธไม่รับ ก็ใช้สิทธิอุทธรณ์นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หาทำให้คดีถึงที่สุดแล้วกลับกลายเป็นไม่ถึงที่สุดไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2509
นายเอง แซ่ว่อง โจทก์
บริษัทธนาคารศรีนคร จำกัด โดยนายอุเทน เตชะไพบูลย์ และนายอื้อจือเหลียง
อนุกรรมการที่ 1 , พระยาจินดารักษ์ ที่ 2, นายอุเทน เตชะไพบูลย์ ที่ 3 จำเลย
นายกมล มานะธัญญา ผู้ค้ำประกัน.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเอง แซ่ว่อง · และนายอื้อจือเหลียง - บริษัทธนาคารศรีนคร จำกัด โดยนายอุเทน เตชะไพบูลย์ · จำเลย - อนุกรรมการที่ 1 , พระยาจินดารักษ์ ที่ 2, นายอุเทน เตชะไพบูลย์ ที่ 3 · ผู้ค้ำประกัน. - นายกมล มานะธัญญา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรุณ ตินทุกะสิริ · โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประพนธ์ ศาตะมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม ภัทราคม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา