⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 259/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 259/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 45 มีอำนาจเฉพาะในการสอบสวนและลงโทษพระภิกษุผู้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเท่านั้น ไม่มีอำนาจในการรับแจ้งความหรือสืบสวนสอบสวนคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

แม้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 45 จะบัญญัติให้ถือว่าพระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญาก็ดี ก็มีแต่เพียงอำนาจสอบสวนอธิกรณ์และสั่งลงโทษพระภิกษุผู้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเท่านั้น หามีอำนาจรับแจ้งความเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญา และมีอำนาจสืบสวนสอบสวนคดีอาญาไม่ ฉะนั้น จึงไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172,173

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.173 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ม.45

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กล่าววาจาใส่ความดูหมิ่นโจทก์ต่อหน้าบุคคลที่ ๓ ว่า โจทก์เข้าห้องส้วมกับพระอธิการบุญเฉพาะ ๒ คน เข้าไปทำอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งคำกล่าวนี้น่าจะทำให้โจทก์เสียหาย เสียชื่อเสียงและถูกบุคคลอื่นดูหมิ่นเกลียดชัง และต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพระครูวิรุฬห์สุตาภรณ์เจ้าคณะตำบลบางปลาม้าว่า พระอธิการบุญเจ้าอาวาสวัดกกม่วงได้เอานางถนอมเข้าไปในห้องส้วมเฉพาะสองคนแล้วปิดประตู ซึ่งเป็นความเท็จ และต่อมาจำเลยที่ ๑,๒,๓ ได้แจ้งความเท็จต่อพระครูสุนทรธรรมคณี พระครูวิรุฬห์สุตาภรณ์ พระครูวิทิตธรรมสาร พระครูอุทุมพรพิทักษ์ พระครูวาทีธรรมคุณ และพระมหาคำมี ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๔๕ ว่า เห็นโจทก์เข้าห้องส้วมกับพระอธิการบุญเฉพาะสองคน ประมาณ ๕-๖ นาฑี แล้วก็แลเห็นโจทก์ออกมา ต่อมาพระอธิการบุญก็ออกมา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙๓,๓๒๖,๑๗๒,๑๗๓,๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่ได้กล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ดังฟ้อง สำหรับข้อหาฐานแจ้งความเท็จ พระภิกษุทุกรูปที่โจทก์กล่าวในฟ้องมิใช่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๒,๑๗๓ แม้ข้อความที่จำเลยแจ้งจะเป็นเท็จ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ ไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง โดยอาศัยข้อเท็จจริง ข้อหาฐานนี้เป็นอันถึงที่สุด คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาตามฎีกาโจทก์ว่า การที่จำเลยที่ ๑,๒ และ ๓ นำความไปแจ้งต่อพระภิกษุผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๔๕ นั้น หากข้อความที่แจ้งเป็นเท็จ จำเลยทั้งสามจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๒,๑๗๓ หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานแจ้งความเท็จดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๒,๑๗๓ นั้น ข้อความที่แจ้งจะต้องเกี่ยวกับความผิดอาญา และเจ้าพนักงานผู้รับแจ้งความจะต้องเป็นพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาเท่านั้น ตามข้อเท็จจริงแห่งคดีนี้ฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามร้องเรียนและให้การกล่าวโทษพระอธิการบุญเจ้าอาวาสวัดกกม่วงหาว่าล่วงละเมิดพระธรรมวินัย ซึ่งมิใช่ความผิดอันจะต้องรับโทษในทางอาญา และมิใช่เป็นการร้องเรียนและให้การกล่าวโทษตัวโจทก์ พระครูวิรุฬห์สุตาภรณ์เจ้าคณะตำบลผู้รับแจ้งความจากจำเลยที่ ๑ ในชั้นต้น และคณะกรรมการผู้ทำการสอบสวนอธิกรณ์อันประกอบด้วยพระสุนทรธรรมคณเจ้าคณะอำเภอเป็นประธาน แม้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๔๕ จะบัญญัติให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาก็ดี ก็มีแต่เพียงอำนาจสอบสวนอธิกรณ์และสั่งลงโทษพระภิกษุผู้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเท่านั้น หามีอำนาจรับแจ้งความเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาและมีอำนาจสืบสวนสอบสวนคดีอาญาไม่ ฉะนั้นจึงไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๒,๑๗๓ คดีไม่มีทางลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างได้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 259/2509 นางถนอม ราชสิงห์ โจทก์ พระสนธ์ ละมูลศิลป์ ที่ 1, นายเนี่ยม แก้วแกมทอง ที่ 2 , นายเหลือ โสมภีร์ ที่3

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางถนอม ราชสิงห์ · ที่3 - พระสนธ์ ละมูลศิลป์ ที่ 1, นายเนี่ยม แก้วแกมทอง ที่ 2 , นายเหลือ โสมภีร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายแวว ยอดพยุง · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3025/2526ฎีกา 1076/2551ฎีกา 284/2507ฎีกา 1047/2514ฎีกา 1499/2531ฎีกา 7008/2548ฎีกา 13537/2553ฎีกา 209/2506ฎีกา 4200/2535ฎีกา 1370/2505ฎีกา 1050/2514ฎีกา 2372/2519ฎีกา 897/2507ฎีกา 2482/2527ฎีกา 3550/2541ฎีกา 586-600/2504ฎีกา 2249/2515ฎีกา 1022/2505ฎีกา 125/2507ฎีกา 4/2537ฎีกา 95/2507ฎีกา 844/2506ฎีกา 304/2517ฎีกา 2453/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา